Monday, February 25, 2008

Clip video Only the lonely 25-1-51 ด้วยรักและผูกพัน ต่อถิ่นฐานบ้านเกิด - อำนาจ แสงสุข

สัมภาษณ์ประวัติชีวิต ผลงาน และแนวคิด ของ อำนาจ แสงสุข หรือ น.เมืองสรวง ผู้ที่ยืนหยัดทำกิจกรรมเพื่อสังคม ในพื้นที่ตำบลหนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ โดยรวมกลุ่มเพื่อนๆคนรักบ้านเกิดจัดทำกิจกรรมพัฒนาสังคม ตามแนวทางของตัวเองขึ้นมา เจาะเรื่องราวการทำโครงการในแบบของตัวเอง, เวบไซต์หนองสรวงดอทเนต และเบื้องหลังของหนังสือ ก่อร่าง สร้างฝัน ที่หนองสรวง ที่เขียนร่วมกับอาษา อาษาไชย ออกอากาศในรายการ Only the lonelyเมื่อ 25 ม.ค. 2551 ทาง ASTV 3 โดย 2 พิธีกร พี่ฮอลล์ จรินยา ศักดิ์ศิริ และ พี่ปุ้ย รศ.ดร.กุลธิดา ธรรมวิภัช


















Read More......

Tuesday, January 29, 2008

Only the lonely 28 jan 51 : การแต่งงานมีความสำคัญแค่ไหนกับการสร้างครอบครัวใหม่

VTR คุณคิดว่าการแต่งงาน มีความสำคัญแค่ไหนกับการสร้างครอบครัวใหม่



- สำคัญ เป็นหลักฐาน ที่แสดงให้คนอื่นรับรู้

- เป็นการประกาศให้คนภายนอกรับรู้ว่า เริ่มต้นชีวิตคู่แล้วนะ

- เพราะรักกันจริงจึงแต่งงานกันได้

- มีความสำคัญในระดับหนึ่ง สิ่งที่สำคัญคือ มาจากความเข้าใจระหว่างคนสองคนมากกว่าการแต่งงาน ซึ่งเป็นเพียงแค่พิธีกรรม

- เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างครอบครัว

- ทำให้ผู้ใหญ่ยอมรับในการแต่งงานมากกว่าอยู่ด้วยกันเฉยๆ ดูมีความมั่นคงมากกว่า

- เป็นส่วนประกอบในการอยู่ด้วยกัน แสดงให้คนอื่นรับรู้ว่า อยู่คู่กันแล้ว








ช่วง lonely talk กับ ดร.นรินทร์ กรินชัย


- เพลงที่ฟังแล้ว เกี่ยวกับงานแต่งงาน เช่น แต่ปางก่อน คู่กรรม ฯลฯ

- การแต่งงานคือ สิ่งที่อุปโลกจึ้น การแต่งงานของคนไทย แขกของพ่อแม่ เยอะมากๆ ครอบครัวคาดหวังมาก




แต่ความจริง ไม่ได้อยู่แค่นั้น

........การแต่งงานไม่ได้บอกว่าครอบครัวจะไปรอด

........การแต่งงานไม่ได้บอกว่าผู้ชายจะเป็นคนดี

........การแต่งงานไม่ได้บอกว่าลูกชายจะสมบูรณ์แบบ




ในสังคมไทยนั้น ประเด็น การแต่งงาน กับการจดทะเบียนสมรสนั้น แยกกัน




การแต่งงานนั้น เป็นความเชื่อของมนุษย์ เป็นวิถีสังคม


......ครอบครัวของ ดร.นรินทร์ จัดงานแต่งงานอย่างอลังการ เหลือเชื่อ แจกของชำร่วย ชิ้นละกว่าร้อยบาทขึ้นไป (เมื่อหลายปีที่แล้ว) มีแขกมาร่วมงานเยอะ และจัดงานแต่งงานยังกะงาน Presentation




ในมุมมองของพี่ฮอลล์ รู้สึกว่า การแต่งงานไม่สำคัญ พี่ฮอลล์ แต่งเพราะมัน...


.... ที่พี่ฮอลล์ตกลงจะอยู่ด้วยกันกับเขาคนนั้น เพราะเค้าชวนซื้อบ้าน เกิดความรู้สึกมั่นคง เพราะไม่ได้อยู่คนเดียว เค้าบอกว่า เราน่าจะอยู่ด้วยกันได้
ซึ่งมองดูแล้ว เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ การร่วมชีวิต - ซื้อบ้านด้วยกัน ซึ่งในช่วงนั้น ทั้งพี่ฮอลล์และแฟนคนนั้น ทำงานแล้ว ได้งานที่ดีด้วยกันทั้งคู่ เริ่มต้นจากอยู่ด้วยกันก่อน ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส อยู่กันไปได้ไม่กี่เดือน ฝ่ายชายก็ชวนแต่งงาน





การแต่งงานของพี่ฮอลล์ จัดเอามันๆ แบบที่จัด Event งานที่เอเจนซี่จัด จัดใหญ่แต่ Concept ดี งบไม่เปลือง มีมิวสิควิดีโอด้วย
แต่งงานมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส บรรยากาศการแต่งงาน เฮฮา ออกข่าวในทีวี และลงข่าวใน นสพ.หลายฉบับ




สำหรับงานแต่งงานทั่วไป แขกที่มาร่วมงาน ส่วนใหญ่เป็น แขกของพ่อ แขกของแม่ ส่วนแขกของลูก มีถึง 1 ใน 3 รึเปล่าก็ไม่แน่ใจ พ่อแม่จะยืนคอยรับแขก




บางคน แต่งงานเพื่อพ่อแม่ ให้เกียรติพ่อแม่ เหมือนบวชให้พ่อแม่

ผู้ใหญ่มองว่า การแต่งงาน จำเป็นต้องกระทำ ส่วนคนยุคใหม่ มองว่า แล้วแต่ความคิด แต่ไม่จำเป็นก้ได้




กรณีสมรสพระราชทาน ห้ามหย่า แต่ถ้าเกิดปัญหาในชีวิตคู่ ก็จะแยกกันอยู่




การแต่งงานที่จัดอย่างใหญ่โต ไม่ได้เป็นสิ่งที่บอกว่า ชีวิตคู่จะยั่งยืนนะ

หลายคู่แต่งงาน ไปทำบุญเลี้ยงพระที่โรงพยาบาลสงฆ์ กทม. ซึ่งถือว่า เลิศจริงๆ จนมาถึงปัจจุบันนี้หากต้องการไปทำบุญเลี้ยงพระที่ รพ.สงฆ์ ต้องจองล่วงหน้า 3 เดือน





มีคู่แต่งงานที่จัดงานแต่งแล้ว จัดกิจกรรมพิเศษ งดรับของขวัญ รับเงินไปทำบุญ...




คุณสาธิตา โทรเข้ามาพูดคุย บอกว่า งานแต่งงาน สำคัญนะ เพื่อเป็นการให้เกียรติ พ่อแม่


ตอนที่คุณสาธิตา แต่งงาน ใส่ชุดเจ้าสาวแล้วดู Sexy แต่งเพื่อให้ญาติผู้ใหญ่รับรู้ มีขั้นตอนง่ายๆ คือ การยกน้ำชาแบบคนจีน
มาถึงรุ่นลูก เป็นการกินเลี้ยงในภัตตาคาร




ถ้าจัดโต๊ะจีน เจ้าภาพพยายามเชิญแขกมาเป็นชุดๆ




.... เรื่องการจดทะเบียนสมรส คนที่ทำธุรกิจไม่อยากจด ตอนที่หย่าแล้วยุ่ง



เพื่อนของคุณสาธิตา อยากมีลูกมากๆ เมื่อแต่งงานแล้ว มีปัญหา สามีไปมีเมียน้อย เลยไปแต่งงานใหม่ ซึ่งดูแล้ว สามีใหม่ ดูดีมากๆ แต่ความจริง ชั่วเหลือเกิน




พอเพื่อนของคุณสาธิตา มีลูกกับเพื่อนของเธอแล้ว ไม่สนใจใยดีอะไรเลย ไม่ดูแลลูกเลย แต่เพื่อนสาวก็ไม่แยแส ได้ลูกแล้วก็ OK
มีความสุขตามอัตภาพ และมีภาวะที่เป็นแม่คนได้




ผู้หญิง มีวัยเจริญพันธุ์ถึงแค่ช่วงอายุ 34-35 ปี หลังจากช่วงนี้ไป จะเริ่มเสื่อมแล้ว

ส่วนใครที่มีลูกแล้ว เลย 35 ก็สามารถที่จะมีลูกได้เรื่อยๆ

คุณสาธิต มีลูกคนแรกตอนอายุ 18 ปี มีคนที่ 2 ตอนอายุ 24 ปี




นี่คือ เนื้อหาสาระที่พูดคุยกันในรายการ Only the lonely เมื่อคืนที่ผ่านมา








ความคิดเห็นที่ 1
ย ุคใหม่ หลาย ๆ คู่มีความสัมพันธ์กัน แต่ดูเหมือนไม่ใส่ใจแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราว ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง การอยู่กันฉันท์สามีภรรยา งานแต่งงานมีส่วนบ่งบอกจากฝ่ายชายว่า ให้เกียรติ แก่ฝ่ายหญิง และงานแต่งก็ไม่สำคัญที่ใหญ่โต เลิศหรูหรา แต่พอเหมาะพอควร ให้ฝ่ายหญิ่งได้ภาคภูมิใจ ไม่เป็นการเริ่มต้นที่ดีหรอกหรือ ก้าวต่อไปก็ขึ้นอยู่กับทั้งสองจะประคับประคองครอบครัวที่ช่วยกันสร้างขึ้นมา อย่างไรนะคะ
โดย lady เมื่อ 29 มกราคม 2551 เวลา : 14:52

ความคิดเห็นที่ 2
แต่งงาน ให้มีพิธีบ้างดีกว่า ขอแต่อย่าให้เปลืองเงินทองมากจนเกินไป
โดย 11arrows เมื่อ 29 มกราคม 2551 เวลา : 17:59

ความคิดเห็นที่ 3
สำหรับ siesta การแต่งงานเป็นแค่ "พิธีกรรม" ทางสังคมเท่านั้นค่ะ
โดย siesta เมื่อ 29 มกราคม 2551 เวลา : 19:25

ความคิดเห็นที่ 4
โ บราณท่านว่า การจัดงานแต่งงาน ขึ้นนั้น ถือเป็นการให้เกียรติแก่ครอบครัวฝ่ายหญิงน่ะค่ะ ....หากผู้ชายไม่รักผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ คงไม่ยกย่องเธอเป็นภรรยา หรือเป็นแม่ของลูกหรอกค่ะ ...ทำไ้ด้ก็เป็นหญิงชั่วคราวเท่านั้น
โดย nabhasan เมื่อ 29 มกราคม 2551 เวลา : 21:42

ความคิดเห็นที่ 5
เ พิ่มเติมให้อีกนิดค่ะว่า .....ไม่เช่นนั้น คงไม่มีละคร ยุทธการหักคานทองหรอกค่ะ :)) เพราะเป็นค่านิยม และความใฝ่ฝันของลูกผู้หญิงเกือบทุกคน หากมีแฟน ก็อยากจะมีพิธีแต่งงานค่ะ ^^ ...เพื่อจะได้ให้สังคมรับรู้ว่า ไม่ได้หนี หอบเสื้อผ้า ตามกันมา ^^
โดย nabhasan เมื่อ 29 มกราคม 2551 เวลา : 21:45

ความคิดเห็นที่ 6
ม าขอบคุณที่เขียนถึง...แต่เขียนไม่จบ เกรงผู้อื่นอ่านแล้วเข้าใจผิดค่ะ จึงมาต่อเรื่องให้ว่า...พี่อยู่ก่อนแต่ง เพราะตกลงซื้อบ้านด้วยกันผู้ใหญ่รับรู้ให้อยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องทำพิธี เริ่มอยู่กันที่บ้านจะว่าเป็นเรือนหอก็ได้ แต่หลังจากนั้นแค่ไม่กี่เดือน ฝ่ายชายจึงชวนจัดงานพิธีกิ๊บเก๋ยูเรก้า และไปจดทะเบียนสมรสทีหลังอีกนาน...และความจริงทั้งหมด...คือตอนนี้หย่าแล้ว หย่านานแล้วด้วย...
โดย pijika เมื่อ 30 มกราคม 2551 เวลา : 2:30

ความคิดเห็นที่ 7
แ วะมาบ้านนายบอนหลายรอบ แต่เข้าบ่ได้อะคะ ว่าจะเอารูปที่ตอนไปรายการมาลงซะหน่อย แต่ก็เข้าไม่ได้ซะที วันนี้เข้าได้แย้วๆ เย้ๆๆ เรื่องวันนั้นโดนใจอย่างแรง บางทีการแต่งงานมันก็มีหลายมุม จะแต่งหรือไม่คงแต่ว่าคน 2 คน แต่เอไม่ใช่ ต้องแล้วแต่สังคมและญาติพี่น้องของทั้ง 2 ฝ่ายด้วย แต่การแต่งถ้าเป็นแนวคนจีนเค้าถือว่าเป็นการให้เกียรติกับฝ่ายหญิง งานจะเล็กจะใหญ่ไม่สำคัญ อยู่ที่ความสามารถของแต่ละบุคคล แต่ผู้ใหญ่เค้าคงมองไปไกลกว่าเราว่าคนที่มาขอจะสามารถดูแลเราได้มากน้อยแค่ไ หนตรงนี้สำคัญกว่า แต่ที่รู้ๆ ณบัดนี้ หาบันไดลงจากคานไม่ได้แล้ว ก๊ากกกกกกกก ไปดีกว่า 555 อยู่ข้างบนก็สบายไม่น้อยนะคะนายบอน อิอิ
โดย eeh http://pinkkitty.bloggang.com/ เมื่อ 30 มกราคม 2551 เวลา : 13:41

Read More......

Monday, January 28, 2008

จาก CD รายการ Only the lonely สู่แรงบันดาลใจของเด็ก ม.5 ที่กาฬสินธุ์

นี่เป็นอีกเรื่องราวจากสังคมเล็กๆที่ครูตุ่ม เพื่อนของครูน้อย ศศิพร เขียนมาฝากเผยแพร่ใน mblog ครับ



นายบอน กาฬสินธุ์



+ + + +


บันทึกของครูตุ่ม : CD สู่แรงบันดาลใจของเด็ก ม.5




เมื่อ 7 ม.ค.2551 ครูน้อยเอา CD ของรายการ Only the lonely ตอน เพราะรักจึงเขียนมาให้ฉันดู พอดูแล้ว เลย Copy CD อีก 5 แผ่น เพื่อแจกให้เพื่อนๆของฉันได้ดู CD นี้ด้วย









1 ใน 5 แผ่นจากฉัน ถูกส่งให้เพื่อนคนหนึ่งที่สนิทมาก แล้วเพื่อนคนนี้ก็ Copy เพิ่มอีก 2 แผ่น แจกเพื่อนอีก 2 คน ไปแบ่งกันดู ซึ่งเพื่อนคนหนึ่งเอา CD ไปเปิดดูที่บ้านจนน้องสาวที่กำลังเรียนชั้น ม.5 มาเห็น เลยนั่งดูกับพี่ชายของเธอ ดูแล้วชอบในเนื้อหา เลยเปิด CD ดูอีกครั้งตั้งแต่ต้นจนจบ




สาว ม.5 คนนี้ เธอชื่อ เจี๊ยบ เธอชอบเขียนเรื่องสั้น และขำขันส่ง ขายหัวเราะ และชอบแต่งกลอน ส่งไปลงนิตยสาร สกุลไทย ขวัญเรือน หญิงไทย แต่มีเพียงแค่ ขำขัน 2 ชิ้นที่ได้ลงในขายหัวเราะ ได้ค่าตอบแทนมาแค่ไม่กี่ร้อยบาท นอกนั้นถูกปฏิเสธหมด น้องเจี๊ยบได้แต่เขียนระบายในสมุดและกระดาษใช้แล้ว กองทิ้งเอาไว้ในห้องนอน




เมื่อเธอได้ดู CD ที่สัมภาษณ์คุณโกศล อนุสิมแล้ว น้องเจี๊ยบเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาทันที จนต้องเปิดดูอีกรอบ แล้วถามพี่ชายว่า มี CD รายการนี้อีกไหม พี่ชายของเธอจึงไปถามเพื่อนของฉัน ซึ่งเขาได้ Write CD เพิ่มอีก 4 แผ่น เรื่องนักเขียนออนไลน์ ของคุณบอน กาฬสินธุ์ เลยให้พี่ชายของน้องเจี๊ยบไป 1 แผ่น น้องเจี๊ยบก็เอาไปเปิดดูอีก 2-3 รอบ แล้วเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาทันที กลับไปค้นบันทึก เรื่องที่เขียนทิ้งไว้มานั่งดู แก้ไข และจะเย็บเล่มเป็นหนังสือทำมือบ้าง และจะเอาไปพิมพ์เผยแพร่ในอินเทอร์เนตบ้าง ส่วนบทกวีก็เตรียมเอาไปอ่านออกเสียงตามสายในโรงเรียนของเธอ








น้องเจี๊ยบถามอีกว่า มี CD รายการนี้อีกมั้ย ทำไมรายการนี้ ไม่เห็นในช่องฟรีทีวีบ้าง เวลาที่สัมภาษณ์พูดคุย ดูจะมากกว่ารายการอื่นๆในฟรีทีวี ซึ่งนั่งฟังไม่เท่าไหร่ ก็ตัดโฆษณาซะแล้ว ดูได้เนื้อหาสาระน้อยกว่ารายการนี้มาก




คติที่น้องเจี๊ยบได้จากการดู CD 2 แผ่น พบว่า แต่ละคนล้วนใช้ความพยายามมาอย่างยาวนานทั้งสิ้น ไม่มีความสำเร็จใดได้มาง่ายๆในเวลาอันรวดเร็ว ความสำเร็จของผลงานนั้น อยู่ที่ความมุ่งมั่นตั้งใจ




ฉันได้ฟังสิ่งที่น้องเจี๊ยบพูดออกมาแล้ว รู้สึกดีมากๆ ที่น้องเจี๊ยบ ดูแล้ว คิดได้เอง และได้อะไรหลายอย่างจากการดู CD แผ่นนี้ ถือเป็นความฝันของคนเป็นครูเลยนะคะ ที่เห็นนักเรียนคิดเป็นอย่างนี้ ต้องขอบคุณครูน้อยเพื่อนรักที่เอา CD มาให้ฉันดู และฉันคิดถูกจริงๆที่ Copy CD เพิ่มอีกหลายแผ่นเพื่อแจกเพื่อนๆให้ได้ดูกัน คนอื่นๆที่ได้ดู CD นี้แล้ว คงจะเกิดแรงบันดาลใจขึ้นบ้างนะคะ




ขอบคุณรายการ Only the lonely ค่ะ

ครูต้อม (เพื่อนของครูน้อย ศศิพร)





+ + +



หมายเหตุนายบอน


ได้ส่ง CD ของรายการ ตอนที่สัมภาษณ์ อ.วิทยากร เชียงกูลให้ครูน้อยไปแล้วครับ

ส่วนตอนอื่นๆ คงจะได้ส่งให้ต่อไป




ความคิดเห็นที่ 1
ดีครับ ดีๆ
โดย milo2005 เมื่อ 28 มกราคม 2551 เวลา : 19:04

ความคิดเห็นที่ 2
...เอามาม่า มาสิร์ฟค่ะ...เอ หรือว่าจาเอา ไข่เจียว ดีน๊า...ตำชั้ว ดีกว่าใส่พริกเม็ดเดียว ;-))
โดย tomorrow เมื่อ 28 มกราคม 2551 เวลา : 20:00

ความคิดเห็นที่ 3
เยี่ยมมาก ๆ เลยครับ เรื่องดี ๆ อย่างนี้ต้องขยายครับ ;)
โดย kooyik เมื่อ 29 มกราคม 2551 เวลา : 10:39

ความคิดเห็นที่ 4
นายบอน ครูน้อย คือสุดยอดแฟนพันธ์แท้จริงๆ ค่ะ แถมยังชักชวนครูต้อม และเด็กๆ ดูด้วย ขอบคุณมากๆ ค่ะ
โดย pijika เมื่อ 30 มกราคม 2551 เวลา : 2:31

Read More......

โลกมุมเล็กที่คนส่วนใหญ่เฉยเมย - CD รายการ Only the lonely

คนไทยยุคนี้ มักจะตัดสินใจไปตามกระแสที่ได้ยินมา ตัดสินจากสิ่งที่หลายคนบอกว่าดี หรือหลายคนพูดถึงบ่อยๆ หลายเรื่องแทบจะไม่รู้ถึงความถูกผิด หรือ

ความเป็นจริงของเรื่องนั้นเลย

สำหรับคนภาคอีสาน ในสายตาของคนภาคอื่นหลายคน อาจมองด้วยสายตาแปลกๆ ยิ่งเรื่องเกี่ยวกับการเมืองแล้ว คนภูมิภาคอื่นมักสรุปทันทีว่า คนอีสานนี้.

ไม่ไหวจริงๆ

แต่คนอีสานทุกคนไม่ได้เป็นอย่างที่คนภูมิภาคอื่นคิดเช่นนั้น แม้แต่ในหมู่คนอีสานเองก็ยังคิดไม่เหมือนกันทุกคน

เมื่อฉันยื่น VCD รายการ Only the lonely ให้เพื่อนครูคนหนึ่ง คนที่อยู่ใกล้ๆกัน มองฉันด้วยสายตาแปลกๆ แล้วถามว่า อยู่พรรคการเมืองนั้นด้วยหรือ เป็น CD

ของอดีตนายกใช่ไหม.... เมื่อฉันเล่ารายละเอียดให้ฟัง เขาคนนั้นมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ "มีรายการประหลาดอย่างนี้ด้วย ไม่เคยเห็นในทีวีสักครั้ง จะสนุก

สู้ละครได้รึเปล่าล่ะ"

ทั้งๆที่เพื่อนครูของฉันกำลังเปิดดู VCD อยู่ แต่ดูเหมือนว่าเขาคนนั้นได้ตัดสินไปแล้วว่า เป็นสิ่งแปลกประหลาด เพราะไม่เคยพบเห็นในทีวี

ปกติ

ยุคนี้เป็นยุคแห่งความฉาบฉวย ยุคที่ข้อมูลข่าวสารท่วมโลก มันมากมายจนคนเราไม่อยากเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ให้รกสมองกว่าเดิม และทำให้คนส่วนใหญ่เฉย

เมยต่อโลกมุมเล็กๆ เช่น รายการ Only the lonely ที่ออกอากาศในสถานีโทรทัศน์เล็กๆอย่าง ASTV

ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกรายการ มีสาระและประโยชน์กันทั้งนั้น อยู่ที่มุมมองและความชอบของผู้ชม ในเวบ mblog - http://weblog.manager.co.th ซึ่งมี

บันทึกที่หลากหลาย ฉันเห็นบันทึกเกี่ยวกับรายการ Only the lonely ที่นายบอนพยายามเขียนเล่าถึงรายการนี้ รายการที่น้อยคนใน mblog ที่จะมีโอกาสได้ดู

เพราะไม่ได้ติดจานดาวเทียม ไม่ได้ติดเคเบิลทีวี หรือในช่วงเวลา 5 ทุ่ม กำลังทำกิจกรรมอื่นอยู่ หรือเปิดดูทีวีช่องอื่นอยู่ เมื่อสังเกตจำนวน Comment ของ

บันทึกเกี่ยวกับรายการ Only the lonely ที่นายบอนเขียนนั้น มีจำนวน comment น้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับบันทึกของคนอื่น

แน่นอน อาจเพราะว่า คนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องในสิ่งที่รายการ Only the lonely นำเสนอออกมา , ไม่สนิทกับนายบอน เลยไม่อยากจะ comment , ไม่รู้จะ

comment เรื่องอะไร หรือ อาจจะมองเห็นตัวหนังสือเยอะเกินไป เลยขี้เกียจอ่าน

แต่ไม่ว่าคนส่วนใหญ่จะเมินเฉย ไม่สนใจก็ตาม แต่โลกมุมเล็กๆ CD รายการ Only the lonely ที่ถูกนำมาเปิดในหมู่บ้านเล็กๆ ได้ทำให้ผู้ที่มีโอกาสได้ดู

ประทับใจ เกิดความคิดบางอย่างขึ้น ทำให้มีส่วนร่วมเล็กๆน้อยๆกับทางรายการ .. แค่นี้ก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ

ครูน้อย ศศิพร
28 ม.ค.2551



Read More......

ดูรายการวันจันทร์แล้ว ย้อนดูตัว เพื่อปรับปรุงตัวเอง

เปิดรายการ Only the lonely คืนวันจันทร์ที่ 28 ม.ค.2551 แล้วนึกย้อนกลับไปถึงเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว 21 ม.ค.2551 ที่นายบอนไปร่วมแจม ร่วมคุยในรายการกับพี่ปุ้ย พี่ฮอลล์ และ ดร.นรินทร์


ดูแล้ว ประเมินข้อบกพร่องของตัวเอง จากการที่นายบอนเป็นคนพูดน้อย ไปนั่งอยู่ในกลุ่มคนพูดเก่ง เลยอึ้งๆกลายเป็นคนพุดช้ามากๆ ในความรู้สึกของพี่ฮอลล์ไปเลย

นั่งดูรายการสดในคืนวันจันทร์ที่ 28 ม.ค.2551 ดูแล้วก็ประเมินตัวเองว่า

1. ไม่รู้จักจังหวะในการพูด การรับส่งกับพี่ๆ 3 พิธีกร ในประเด็นนั้น มัวแต่รอให้พี่ฮอลล์ส่งจังหวะให้ แถมยังเตรียมตัวไม่ดี
2. ตื่นเต้น ประหม่า จนคิดอะไรไม่ออก สมองไม่แล่น
3. ประสบการณ์ชีวิตในประเด็นที่พูดมีน้อย เลยไม่ค่อยมีแง่มุมที่จะหยิบมาพูด แต่เมื่อนึกดูอีกทีแล้ว... นึกไม่ออกมากกว่า
4. ไม่ยอมอ่าน พูดตามสคริปส์รายการซะเลย เลยทำให้นึก - คิดได้ช้า
5. ง่วง ลืมกินกาแฟ

การไปร่วมรายการ ไปนั่งถาม นั่งคุยด้วย ทำให้รายการดูไม่ Lonely เพราะนั่งคุยกัน 4 คน เต็มจอ เป็นประโยชน์ต่อผู้ชมในการให้เนื้อหาสาระอยู่แล้ว เป็นการเพิ่มสีสันให้รายการสดยามดึกเพิ่มอีกนิดนึง

เมื่อนั่วงพิจารณารายการเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 28 ม.ค.2551 ที่าจัดกัน 3 คนตามปกติ มองเห็นจุดบกพร่องของตัวนายบอนเอง ที่สมควรจะต้องปรับปรุง หากจะไปร่วมซักถามในรายการ เพื่อให้รายการสนุก ไม่เป็นตัวขัดจังหวะการพูดคุยที่กำลังลื่นไหลในเวลาออกอากาศ

อาจเพราะนายบอนเกร็ง ยังไม่คุ้นเคย สนิทสนมกับ ดร.นรินทร์ เลยไม่ค่อยกล้าพูดด้วย แต่ตอนจบรายการ เมื่อ ดร.นรินทร์ ขับรถมาส่งที่หมอชิต ท่านชวน
คุยซักถามอย่างเป็นกันเอง คุยเร็ว ถามเร็ว นายบอนก็ต้องตอบเร็ว.ๆ...

ถ้ามีโอกาสไปร่วมซักถามในรายการคราวหน้า คงต้องแก้จุดบกพร่องเรื่องการพูดช้าของตัวเอง และไม่เป็นตัวขัดจังหวะการพูดที่ลื่นไหลของพี่ๆทั้ง 3 คน ต้องปรับปรุงตัวเพื่อให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะเพื่อนๆ ช่วยเสนอประเด็นให้ไปถามในรายการมาอีกแล้ว ในประเด็น เรื่อง ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้

...


Read More......

Sunday, January 27, 2008

Only the lonely ด้วยรักและผูกพัน (ต่อถิ่นฐานบ้านเกิด) .... พาหนุ่มโรงงานไปออกทีวี

...


คืนวันศุกร์ที่ 25 ม.ค.2551 มีแขกรับเชิญของรายการ Only the lonely คือ คุณอำนาจ แสงสุข ที่นายบอนต้องพามาออกรายการในวันนั้น
เขาทำงานอยู่ที่บริษัทเปิดใหม่ใน จ.นครราชสีมา ในตำแหน่งฝ่ายควบคุมคุณภาพ และวันศุกร์ เป็นวันหยุดงานประจำสัปดาห์ของเขา ซึ่งเขาบอกหัวหน้างานของเขาว่า จะไปออกรายการทีวี ทีแรก หัวหน้าแทบไม่เชื่อ หัวเราะแต่ก็ให้กำลังใจ....

นายบอนเคยเขียนถึงเรื่องราวการบุกห้องสตูดิโอ Only the lonely

แต่บันทึกนี้ เอาตั้งแต่ก่อนที่แขกรับเชิญจะออกรายการ เริ่มตั้งแต่ที่ บขส.โคราช และจบลงที่ บขส.โคราชเช่นกัน ภายในระยะเวลา 15 ชั่วโมง



นายบอนนัดเจอกับคุณอำนาจ แสงสุข ที่ บขส.ใหม่โคราช ตอน 13.00 น. เขาขับรถมอเตอร์ไซต์ออกจากบ้านด่านทองหลาง ต.โตนด ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร มายังตัวเมืองโคราช แต่นายบอนมาถึงช้า เลยโทรบอกเขา ซึ่งรถมอเตอร์ไซต์ของเขา กำลังเกิดปัญหา มีควันขาวออกมาเต็มไปหมด ขอเวลาแวะเข้าปั้มน้ำมัน เช็คเครื่อง ซึ่งปัญหาเกิดจากการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ที่เติมน้ำมันเครื่องใหม่เข้าไป แต่ไม่ได้ถ่ายน้ำมันเครื่องเก่าออก

นายบอนมาถึง บขส.โคราชตอน 13.40 น. มาถึง เขาก็นั่งกอดอดรออยู่แล้ว นายบอนเลยขอตัวสั่งข้าวมันไก่มานั่งทานก่อน ก่อนจะพาขึ้นรถ ป.1 สุรนารีแอร์ เข้า กทม.ตอน 14.20 น. ได้นั่งเบาะหน้าสุดเลย พอขึ้นรถปุ๊บ สักพัก เขาก็โทรรายงานเมียปุ๊บ ระหว่างเดินทาง เขาก็สอบถามตลอดว่า พิธีกรรายการจะถามอะไร แบบไหนบ้าง ดูกังวลไม่น้อย เลยดื่มน้ำที่พนักงานให้บริการบนรถเอามาเสิร์ฟหลายแก้ว และเดินเข้าห้องน้ำบ่อยๆ



พอรถมาถึงรังสิต นายบอนก็โทรรายงานตัวกะพี่ฮอลล์ ซึ่งตอบกลับมาว่า พี่กำลังเขียนสคริปส์อยู่ ...อ้าว สดๆร้อนๆเลยหรือครับ แหม สบายจัง ส่งหนังสือให้แล้ว นอนตีพุงเลยนะพี่ แต่พี่ปุ้ยบอกว่า ได้ทำสคริปไว้แล้ว แต่ให้พี่ฮอลล์ เพิ่มเติม เพราะหนังสืออยู่กับพี่ฮอลล์ รถมาถึงหมอชิตเกือบ 18.00 น. แล้วนายบอนก็พาคุณอำนาจ มาพักผ่อนรอเวลาอยู่ที่สวนจตุจักร ซึ่งเขาก็หยิบกล้องมาลองถ่ายรูป โทรหาเพื่อนและหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดอ่าน ดังภาพ



นั่งที่จตุจักรสักพัก ก็พากันเดินจากจตุจักร มายังเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว ไม่อยากขึ้นรถเมล์นั่งมา เพราะเซ็งรถติด (พาเค้าเดินไกล จนรองเท้าขาดบางส่วน) มากินข้าวที่ชั้นใต้ดินเซ็นทรัลและไปนั่งพักผ่อนบนชั้น 3 นั่งดูสาวๆร้านขายแว่นตา และหนุ่มสาวที่เดินผ่านแถวนั้น ให้เกิดอาการอิจฉาตาร้อนขึ้น จนถึง 3 ทุ่ม ก็พากันเดินมายังเมเจอร์ รัชโยธิน มารอพี่ฮอลล์ตรงจุดนัดพบ..

เห็นรถติดวันศุกร์ แล้ว ไม่อยากจะไปไหนไกลๆ เบื่อรถติด ถ้าพาคุณอำนาจ นั่งรถไปเที่ยวไกลๆ เดี๋ยวจะเพลีย เหนื่อย พอถึงเวลาออกรายการ จะเพลียมากๆ จนหลับกลางรายการซะก่อน

วันศุกร์ รถติดมากๆ พี่ฮอลล์โทรมา 2 หน บอกว่า ยังออกจากซอยไม่ได้เลย อีกครั้งโทรมาบอกว่า ใกล้จะออกจากซอยได้แล้วนะ โห.. นั่งรอกันเพลิน เกือบ 4 ทุ่ม แต่เพลินจริงๆ เพราะนั่งดูสาวๆที่เดินผ่านไปมาในมุมไฟสลัว จนต้องพักสายตา พาคุณอำนาจ ไปซื้อเครื่องดื่มใน 7-11 เขาซื้อ กาแฟกระป๋อง + เครื่องดื่มบำรุงกำลัง... กระทิงแดง ไม่ใช่สิ ยี่ห้อ "ลูกทุ่ง" ดื่ม 1 กระป๋อง 1 ขวดเข้าไป แหม ไปออกรายการทีวี ให้สัมภาษณ์นะพี่ ไม่ได้ไปแบกกระสอบข้าวสาร แต่เขาบอกว่า นี่แหละ เอาอยู่...

พอซื้อของแล้ว ก็พาเขาไปนั่งตรงป้ายรถเมล์ ถ้านั่งตรงที่เดิม จะเหมือนโจรมุมตึกไปหน่อย แค่จะไปรอพี่ฮอลล์ตรงสะพานลอย พี่ฮอลล์ยังแซวว่า เป็นโจรใต้สะพานลอยเข้าให้ !!! สักพัก พี่ฮอลล์ก็โผล่มาพอดี เลยพากันเปิดประตูขึ้นรถตรงนั้น แล้วพี่ฮอลล์ก็พาซิ่งออกมาทันที

ขึ้นรถปุ๊บ หลังจากไหว้สวัสดีทักทายพี่ท่านแล้ว พี่ฮอลล์ก็เม้า + นินทาทันที เริ่มจากที่นายบอนมาวันจันทร์ นายบอนพูดช้าจังว่ะ จนพี่ฮอลล์ไม่กล้าพูดเร็ว กลัวนายบอนจะหลับ เอ๊ย ไม่ได้พูด "ต้องพูดให้เร็วขึ้นนะ" .... เอ๊ะ ยังไงกันพี่ นี่จะใช้งานน้องให้มาประกบกะ ดร.นรินทร์อีกรอบหรือครับ จะมีโอกาสได้มาวันจันทร์ไหนอีกรึเปล่าล่ะน้อ พอพี่ฮอลล์เม้านายบอนเสร็จ ก็เม้า ดร.นรินทร์กันต่อ ในประเด็น 1 2 3 4 ... แล้วกำชับ เอ๊ย อย่าไปเขียนแฉใน mblog นะโว้ย....... แหม ขนาด ดร.นรินทร์ ยังเอามาแอบเม้าอย่างเมามัน แล้วนายบอนเนี่ย จะเหลือเรอะ พี่ฮอลล์คงเอานายบอนไปเม้าท์จนเปื่อยยุ่ยไปแล้วม้างเนี่ย .......


.......... แล้วก็เม้าต่อ เรื่องคนดัง และดาราในวงการบันเทิงที่พากันไปผ่าตัด เสริมนั่น ดึงนี่จนเป็นแฟชั่นระบาดไปทั่ววงการ มีคนมาชวนพี่ฮอลล์หลายครั้ง แต่พี่ฮอลล์บอกว่า ไม่เอาหรอก เท่าที่มีก็พอใจแล้ว (แค่นี้ก็สวยแล้ว....) แล้วก็แอบเปิดโปงถึงคนที่เคยเขียนถึงที่ว่า เคยไปดึงหน้าถึงหนังหัวจนเห็นเป็นร่องรอยเลือด ซึ่งเธอคนนั้น ก็คือ ...... ...............................

"....เฮ๊ย อย่าไปเขียนใน mblog นะ เดี๋ยวยายคนนี้ จะฟ้องเอานะ ยิ่งชอบฟ้องศาลอยู่ด้วย..."

.... 5555 เสียใจด้วยนะครับท่านผู้อ่าน พี่ฮอลล์ไม่ให้บอก อยากรู้ต้องไปถามพี่เค้าเอง....


เม้าไปเรื่อยๆ จนมาถึงเรื่องการเมือง พี่ฮอลล์ก็ว่า พี่ตุ้ย เอ็กเรย์ ที่เคยทำนายไว้ พี่ฮอลล์กะพี่ปุ้ย ไปถามอีกครั้ง พี่ตุ้ยบอกว่า ให้ติดตามดูไปอีกนิด เพราะยังไม่จบ... ได้ยินแบบนี้ ค่อยมีความหวังขึ้นมาอีกนิด :))))

พอขับรถมาจนใกล้จะถึงสถานี พี่ฮอลล์คงจะนึกออกว่า มีอีกคนนั่งมาด้วย เลยชวนคุย เรื่องประเด็นที่จะสัมภาษณ์ซะเลย คุณอำนาจ ที่ไม่ได้พูดมานาน เลยค่อยๆจ้ออย่างไหลรื่น นายบอนได้ยินแล้ว ก็หายห่วง ทีแรกว่าจะไปนั่งร่วมพูดคุยเป็นเพื่อนตอนออกรายการเพราะเขาบอกว่า รู้สึกเขินๆ ประหม่า แต่แบบนี้ ออกทีวี สัมภาษณ์คนเดียวไปเล้ย จะได้คุยได้เต็มที่..

พี่ฮอลล์ก็เม้าเรื่อง เสียงที่สูงที่สุดของผู้ชาย คือ เสียงที่ต่ำที่สุดของผู้หญิง และแนะนำเรื่องการพูดออกเสียง เพื่อให้เข้ากับไมค์ ให้ผู้ชมฟังรู้เรื่อง แล้วก็เม้า ดร.นรินทร์อีกรอบ ว่า พูดเสียงต่ำๆ เวลาคนโทรเข้ามาในรายการ บางคน ฟังไม่รู้เรื่องก็มี เลยต้องพูดซ้ำ พอดีพี่ฮอลล์ขับรถมาถึง ASTV จอดรถในที่จอดเรียบร้อย

นายบอนลงมาจากรถ ก็เจอน้องป๊อบ ทีมงานคนสำคัญของรายการ กำลัง "ผ่อนคลาย ผายลม = มีกลิ่น" ในแบบที่พี่ฮอลล์เคยทำนั่นแหละ แต่ไม่ได้ ตะโด๊ะ หรือ ตด นะจ๊ะ แหม....เค้าจะทำอะไรก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของเค้าละกัน.... น้องป๊อปก็ออกมานั่งรับลม รอเข้าไปควบคุม การจัดรายการ



พี่ฮอลล์พาเดินเข้ามาในตึก แล้วไปที่ห้องแต่งตัว พี่ปุ้ยมานั่งรอก่อนตามเคย สงสัยจริงๆ พี่ปุ้ยมีเวลาอยู่บ้านวันละกี่นาที เอ๊ย กี่ชั่วโมงกันแน่ พี่ฮอลล์ก็เข้าประจำที่ แต่งหน้าทำผมทันที รวมทั้งคุณอำนาจ ก็นั่งเก้าอี้ ให้ช่างเสริมหล่อให้ในเวลาไม่นาน พอช่างหันมาเรียกให้นายบอนไปเสริมหล่อ แต่งหน้า นายบอนบอกสละสิทธิ์ ให้คุณอำนาจ ออกรายการไปคนเดียวดีกว่า เพราะหายเขินแล้วนี่นา






พี่ปุ้ยพอดูหน้าคุณอำนาจ ชัดๆ ก็บอกว่า รูปใบหน้าของคุณอำนาจเนี่ย ขึ้นกล้อง หน้าเรียวๆแคบๆเหมือนพี่ปุ้ย...
....แหม งั้น ก็ให้คนหน้าขึ้นกล้องออกทีวีด้วยกันซะเลย ปล่อยให้คนหน้าไม่ค่อยจะขึ้นกล้องนั่งชมดีกว่านะ



วันศุกร์ พี่ฮอลล์เอาเสื้อจากห้องเสื้อมารยาท ที่ตัวเองมีหุ้นส่วนมาให้พี่ปุ้ยใส่ซะเลย พอพี่ปุ้ยลองสวมเสื้อแล้ว เอามาดูในกระจก ดูท่าทางกรี๊ดชอบใจน่าดู เอ หรือกรี๊ดเพราะได้เสื้อฟรีล่ะเนี่ย

พอคุณอำนาจ แต่งหน้าเสร็จ ก็ขอเข้าห้องน้ำ แก้ประหม่า แล้วก็มานั่งคุยกับพี่ปุ้ย ซ้อมเปิดใจตอบคำถามไปพลางๆ



ความจริง นายบอนส่งหนังสือให้พี่ปุ้ย ตามที่อยู่ในนามบัตร แต่พี่ปุ้ยให้พี่ฮอลล์ไปอ่าน เนี่ย ในรูป พี่ปุ้ยพึ่งได้มานั่งอ่านหนังสือเล่มนี้
เคยเห็นท่าทางของดอกเตอร์อ่านหนังสือรึเปล่าครับ เนี่ย ดูซะ


เมื่อทีมงาน print script รายการมาให้ ทั้งพิธีกร และแขกรับเชิญก็พากันนั่งอ่านสคริปส์กันตอนนั้น เห็นเวลาในภาพมั้ยครับ ว่า เค้าอ่านสคริปส์ก่อนรายการจะออกอากาศเป็นเวลากี่นาทีเอ่ย... แหม สดจริงๆ



เมื่อรายการ สุดฟากสนาม A live ที่ออกอากาศก่อนหน้ารายการ only the lonely จบลง น้องป๊อป ทีมงานควบคุมรายการก็เข้ามาเรียกนายบอนให้ไปดูภาพถ่ายที่จะเอาลงในคอมพิวเตอร์ เพื่อประกอบการสัมภาษณ์ นายบอนก็ตามไปในห้องตัดต่อ โห พึ่งเคยเห็นของจริงก็วันนี้ น้องป๊อปก็เอาแผ่น CD ใส่ในคอม บางภาพก็เปิดไม่ออก เคยมีกรณีที่พี่วี แห่ง แกรมเมอร์แฮร์แคร์ เอาภาพมาเพื่อประกอบในรายการ แต่ภาพไม่ขึ้น เอาภาพในคอมแล้วคอมพิวเตอร์มันแฮง เลยกันไว้ก่อน

บางภาพก็เอาลงไม่ได้ เปิดไม่ได้ ก็เลือกเท่าที่ลงได้ แล้วตามด้วย คลิปวิดีโอ ภาพประกอบเพลง ให้น้องป๊อบใส่เข้าไปด้วย น้องป๊อบเปิดแล้ว ก็บ่นนิดๆ พี่เอามาจากไหนยังไงเนี่ย จาก PC ใช่มั้ย นายบอนเลยหรี่ตาดู เออ.... คอมพิวเตอร์ตรงหน้าเป็น แมคอินทอชนี่หว่า ไม่ใช่ windows ต้องมาแปลงไฟล์ให้เข้ากับแมคอินทอชอีกทีหนึ่ง แต่น้องป๊อปก็แปลงให้ดูสดๆ แป๊บเดียว โดย copy ไฟล์ .dat แปลงเป็น avi - mpg ...... หลายอย่าง ดูไม่ทันเหมือนกัน เดี๋ยวคงต้องติดต่อสอบถามอีกที ว่า ควรจะแปลงไฟล์เป็นนามสกุลอะไร format ไหนกันแน่ จะได้เตรียมมาให้ถูก น้องป๊อปและทีมงานจะได้สะดวก ใช้เวลาน้อยลง

พอมาถึงตอนจัดรายการสด ช่วงแรก จับเข่าเม้าข่าว หลังจากที่แนะนำแขกรับเชิญ และแจ้งว่า นายบอนมาให้กำลังใจ แล้วแซวต่อว่า คงไม่ให้ออกจอ เพราะนายบอนไม่หล่อพอ 555 คุณอำนาจ ก็เริ่มตื่นเต้น หยิบสคริปส์มานั่งดูคำถามอีกครั้ง เอ จะตอบ จะพูดยังไงดี นายบอนก็เออๆ ออๆ ไป ทำเป็นแนะนำไปเรื่อยเปื่อย เพราะรู้อยู่แล้วว่า ท่านพูดได้เรื่อยๆอยู่แล้ว พอมาถึงช่วงสัมภาษณ์ คุณอำนาจ ก็เข้าไปนั่งประจำที่ 3 2 1 ตอบคำถามอย่างไหลลื่น ทั้งเรื่องชีวิตส่วนตัว ผลงาน ความคิด มุมมองและ พิธีกร ยังจับประเด็นสำคัญได้หลายมุม ที่สำคัญ ให้คุณอำนาจ โชว์การอ่าน "ผญาคำสอนภาคอีสาน" จากภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณยายเคน ปริพุฒ เป็นภาษาอีสาน ออกอากาศอีกด้วย

ขอยกมาบางส่วน ดังนี้

" เงินคำแก้ว หามาทางบ่ชอบ
แม่นสิก่อธาตุ หุ้มกวมไว้ก้อบ่พัง"

"ไผผู้ลืมคุณเฒ่า หากินกะลำบาก
ไผฟังความบักเพชรชะลำ พาเข้าป่าหนาม"

ในช่วงของการสัมภาษณ์ นายบอนได้ช่วยจัดทำ ภาพถ่ายประกอบเพลง เอ้ดอกคูณ (เพลงบรรเลงโปงลาง) ความยาว 1.30 นาที มาเปิดประกอบในรายการ ซึ่งมีภาพถิ่นฐานบ้านเกิด ครอบครัวของเขาได้ออกอากาศด้วย






พอพี่ปุ้ย ได้ยินเพลง เอ้โปงลาง ท่านพี่ก็ร้องอ๋อ คุ้นเคย เพราะบางมดมีชมรมดนตรีอีสาน แหม ไม่น่าเชื่อ พี่ปุ้ยก็ชอบฟังดนตรีอีสานเหมือนกัน แหม หน่าตาไม่ค่อยจะให้เลยนะเนี่ย...

สัมภาษณ์ไปจนจบรายการ ไม่มีโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยด้วยเลย พี่ฮอลล์บอกว่าถ้าวันไหน จัดประเด็นที่ไม่เคยจัดมาก่อน ผู้ชมจะตั้งใจฟังอย่างเดียว แต่คืนนี้ มีแต่ SMS จาก คุณพัท กทม บอกว่า วันนี้ พี่ฮอลล์สวยมาก ขอให้พี่ฮอลล์สวยอย่างนี้ตลอดไป ดังในภาพ



พี่ฮอลล์นั่งสัมภาษณ์คุณอำนาจ ไป เหลือบมาเห็น แต่ก็ไม่กล้าอ่าน กลัวจะลอยไปติดเพดาน พี่ปุ้ยเลยได้จังหวะ แซวซะเลย พี่ฮอลล์เขินนิดๆ เพราะนี่คงเป็นครั้งแรกมั้งที่มีคนบอกว่า ตั้งแต่จัดรายการมา วันนี้พี่ฮอลล์สวยที่สุด น้องป๊อปเลยร่วมแซวผ่านมาทางหูฟังพี่ฮอลล์ พี่ปุ้ยอีกด้วย 5555

แป๊บ เดียว จบรายการ แต่คุณอำนาจ ยังพูดไม่หมดอย่างที่ใจอยากจะพูด แต่เท่าที่ได้พูดในรายการนั้น ก็พูดได้ดีอย่างสุดๆแล้วครับ เอกสารที่เตรียมมาด้วยมากมาย ไม่ได้หยิบจับขึ้นมาโชว์เลย แต่สุดท้ายก็หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่คุณอำนาจ มีส่วนในการเขียนคอลัมภ์มอบให้พี่ฮอลล์แทน

หลังการออกรายการ พิธีกรทั้ง 2 ประทับใจกับคุณอำนาจ แสงสุขอย่างมาก เตรียมกล้องมาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และขอหนังสือ ก่อร่าง สร้างฝันที่หนองสรวงไว้อีกด้วย ซึ่งคุณอำนาจ ได้แจกลายเซ็นต์ให้ทันที

กล้องของพี่ฮอลล์ เก๋าสุดๆ




พี่ฮอลล์ดูจะปลื้มใจมากมายกับทรงผมในคืนนี้ เลยกรี๊ดกร๊าด ให้พี่ปุ้ยถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก แหม พี่ฮอลล์ชักเสียดายทรงผมคืนนี้ จัง อยากไปโชว์ให้หลายนคนได้ยลความงามของพี่ฮอลล์มั่ง แต่เสียดายจริงๆ ดันเป็นเวลาเที่ยงคืน







หลังจากเก็บข้าวของเสร็จแล้ว ลงมาที่ลานจอดรถ ไหว้ลาพี่ปุ้ย พี่ปุ้ยบอก แล้วศุกร์หน้าเจอกัน.. นายบอนรีบบอก แขกที่ว่าจะเชิญมา ศุกร์หน้า ไม่ว่างนะครับ คงเป็นศุกร์ต่อไป.... พี่ฮอลล์ก็ขับรถมาส่งที่หมอชิตอีกตามเคย ระหว่างทาง พี่ฮอลล์ก็เปิดใจว่า พี่ก็เป็นคนต่างจังหวัด อยากทำอะไรเพื่อบ้านเกิดบ้าง แต่ติดที่เป็นคนในตัวเมือง เลยทำอะไรไม่ได้มาก แล้วก็เม้าอีกหลายประเด็น จนขับรถมาส่งที่หมอชิต 2 หนุ่มจึงลงจากรถ ไหว้สวัสดีอย่างสวยงาม เดินเข้า หมอชิตไป

ซื้อตั๋ว ขึ้นรถออกจากหมอชิต ตอน 1.40 น. ปรากฏว่า เป็นรถคันเดิม คันที่นั่งมาตอนบ่าย เพราะจำหน้าคนขับได้ ขึ้นมานั่งบนรถ คุณอำนาจ ยังตื่นเต้นไม่หาย ประทับใจต่อสิ่งที่พึ่งจะเกิดขึ้นมาสดๆร้อนๆ เหมือนฝันไปจริงๆ พูดไม่หยุด ..... อยากพูด อยากตอบคำถามที่ยังไม่ได้ตอบอีกมากมาย นายบอนเลยแนะนำไปว่า ถ้ามีเวลา ก็เอาคำถามในสคริปส์รายการที่ได้ เอาไปเขียนใน บล็อกไปเลย ประมาณว่า ถ้ามีเวลาทั้งวัน อยากจะตอบคำถามนี้ยังไง มากแต่ไหน ก็เขียนลงไปเลย หรือถ้าไม่ค่อยมีเวลาเข้า internet จะเขียนลงในสมุดอย่างที่เขียนเป็นประจำ แล้วเขียนเพิ่มเติมประเด็น ทำเป็นหนังสือทำมือเล่มที่ 2 ก่อร่าง สร้างฝัน เล่มที่ 2 อีกก็ยังได้

พูดสักพัก เขาก็พยายามหลับ แต่หลับไม่ค่อยลง อยากจะพูดคุยต่อ นายบอนก็ฟังสักพัก แล้วทำท่าหลับ เพราะอยากให้คุณอำนาจ หลับ เนื่องจาก พรุ่งนี้ เช้า เขาจะต้องเข้าทำงานที่โรงงานในตอน 2 โมงเช้า พอนายบอนเงียบไป เขาก็พยายามข่มตาหลับจนได้

ตี 4.45 น. รถแล่นมาถึง บขส.โคราช เขาไปเอารถมอเตอร์ไซต์ ตั้งใจจะพานายบอนไปทานอาหารเช้า เป็นข้าวต้มร้อนๆที่โรงแรมมีระดับแห่งหนึ่งในเมืองโคราช ขับรถฝ่าลมหนาว จนหูนายบอนชาไปหมด ไปถึงโรงแรม ยังมืดสนิท คุณอำนาจ ก็เดินดุ่มๆเข้าปถามที่เคาเตอร์โรงแรม เอาบัตรรับประทานอาหารที่บริษัทให้ ยื่นให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งดูบัตรที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วก็แจ้งว่า เป็นบัตรรับประทานอาหารห้องอาหารจีน ในตอนเย็นนะครับ ดังนั้น ท่านจะต้องมาในช่วงเย็นๆ จะมาวันไหน สามารถโทรมาแจ้งก่อนได้นะครับ

คุณอำนาจ เลยขับมอเตอร์ไซต์พานายบอนมากินก๋วยเตี๋ยวที่ บขส.ใหม่โคราช
ท่าทางเขายังไม่หายตื่นเต้นจากการออกรายการเมื่อคืนที่ผ่านมา นายบอนเลยจัดการถ่ายคลิปวิดีโอ ตอนตี 5.10 น. ในสิ่งที่เขาอยากพูดหลังจากออกรายการ Only The lonely เมื่อ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา เขาจึงพูดในสิ่งที่เขาอยากจะพูดกับพี่ปุ้ยและพี่ฮอลล์ หลังจากทานก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เขาก็ขอตัวกลับบ้าน ไปอาบน้ำเตรียมออกไปทำงาน... ส่วนนายบอนก็ซื้อตั๋วขึ้นรถไปลงขอนแก่น....

ปิดท้ายบันทึกนี้ ด้วยคลิปวิดีโอที่คุณอำนาจ พูดเปิดใจถึงพี่ปุ้ย พี่ฮอลล์ และรายการ Only the lonely แบบสดๆในตอนนั้น ทั้งๆที่ง่วงๆ เพลียๆเต็มที
เป็นครั้งแรกของรายการเลยกระมังครับ ที่มีคลิปของแขกรับเชิญพูดถึงรายการหลังจบรายการไปแล้ว......



Read More......

Saturday, January 26, 2008

สคริปท์เกือบสมบูรณ์ วันศุกร์ 25 มค.51



Only The Lonely

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2551

---------------เปิดรายการ---------------

  • ไตเติ้ลรายการ
  • พิธีกรทักทายผู้ชมทางบ้าน

สวัสดีค่ะ พบกับรายการ Only The Lonely ทุกคืน ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนครึ่ง จันทร์ - ศุกร์ ที่สถานีโทรทัศน์ ASTV 3 แฮปปี้ วาไรตี้ แชนนัล

พบกับพวกเรา ดิฉัน จรินยา ศักดิ์ศิริ ค่ะ

กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ ค่ะ

เราจะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์พูดคุยกัน ในเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัย พร้อมกับรับสายสดจากทางบ้าน ในช่วง Lonely Talk

วันนี้เป็นวันศุกร์สบายวาไรตี้ ซึ่งเราจัดให้เป็นวันสบาย ๆ เรื่องราวที่เลือกมาฝากก็เรื่องสบาย ๆ ประมาณชวนกิน ชวนเที่ยว

ซึ่งช่วง โลนลี่ ทอล์ค เราจะสนทนากับคุณอำนาจ แสงสุข ผู้ชายคนนี้มีความรักค่ะ แต่ความรักของเขาคือประเด็นที่เราจะคุยกันในคืนนี้ “ ด้วยรักและผูกพัน(ต่อถิ่นฐานบ้านเกิด) ”

ส่วน VTR เราก็ไปสอบถามนานานาทัศนะในหัวข้อนี้เช่นเดียวกันค่ะว่า

“ คุณมีความรักและความผูกพันต่อถิ่นฐานบ้านเกิดมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ”

โทรเข้ามานะคะ พิเศษสุด แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ผมจากสหรัฐอเมริกา แบรนด์ BEDHEAD ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมสำหรับคนรุ่นใหม่ วัยมันส์บังคับทิศทางเส้นผมได้ตามใจปรารถนา หาซื้อได้ที่ห้างเซ็นทรัล แผนกเครื่องประดับตกแต่งสตรีทุกสาขา และแบรนด์ CATWALK ผลิตภัณฑ์ผมสำหรับหนุ่มสาวแฟชั่นทันสมัย เบาสะอาด จัดแต่งทรงผมได้ในพริบตา หาซื้อได้ที่ ร้านบูท ทุกสาขา

มอบ กิฟท์ เวาเชอร์ มูลค่า 200 บาท สำหรับไปสระซอยผม และมูลค่า 500 บาท สำหรับไปดัดยืดทำสีผม ให้กับคุณผู้ชม Only the Lonely ที่โทรเข้ามา เลือกได้ตามใจเลยค่ะ....

(หมายเหตุ... ราคาสระซอยผม 300 บาท คนได้รางวัลจะเสียเงินแค่ 100 บาท / ส่วน ดัดยืดทำสีผม เขาคิดราคา 1,000 – 2,000 ตามสภาพผมความยาว ความหนา ก็จะได้ลด 500 บาทค่ะ...)

ตอนนี้ขอไปจับเข่าเมาท์ข่าวค่ะ

ข่าวที่ 1/ช่วยกันอ่าน

ผัวเมียทะเลาะกันดีต่อสุขภาพ
นสพ.มติชน
ผลการศึกษาของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ที่นำออกเผยแพร่ในวารสารจอร์นอล ออฟ แฟมิลี คอมมิวนิเคชั่น ฉบับล่าสุด ระบุว่า การทะเลาะวิวาทกันระหว่างคู่สามีภรรยาหรือคู่รักแท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที ่ดีกับสุขภาพ ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลของคู่สามีภรรยา 192 คู่ ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา พบว่าคู่สามีภรรยาหรือคู่รักที่เก็บความรู้สึกไว้เงียบๆ และไม่กล้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงกว่าสามีภรรยาหรือคู่รักที่กล้าพูดกันตรงๆ และทะเลาะกันประจำสูงถึง 2 เท่า ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าเมื่อเกิดการทะเลาะคู่สมรสจะแก้ปัญหาร่วมกันอย่าง ไร

ผลการศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับผลการศึกษาก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า ความเก็บกดที่เกิดจากการไม่กล้าแสดงอารมณ์โกรธนำไปสู่โรคต่างๆ ที่มีบ่อเกิดจากความเครียด เช่น โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาครั้งนี้ยังเป็นเพียงการสำรวจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นผลสรุปของคู่สมรสทั้งหมด ทั้งนี้ การศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกนมีขึ้นในเมืองเล็กๆ ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นครอบครัวชนชั้นกลาง โดยส่วนภรรยาส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและมีแนวคิดอนุรักษนิยมในเรื่องความเท่าเที ยมทางเพศ

จาก Link

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01for03250151&day=2008-01-25&sectionid=0104

---------------------------------------------

ข่าวที่ 2/ช่วยกันอ่าน

5 เทรนด์กินดีมีสุขภาพ

นสพ.โพสต์ทูเดย์
เดี๋ยวนี้หันมองไปทางไหนก็มีแต่เรื่องของสุขภาพ ที่กลายเป็นเทรนด์ฮิตมาร่วมทศวรรษแล้วก็ยังไม่ตกกระป๋อง แม้กระทั่งคนฝั่งอเมริกา ซึ่งเป็นเจ้าตำรับของฟาสต์ฟู้ดอันขึ้นชื่อนักหนาว่าเป็นตัวการก่อให้เกิดอนุ มูลอิสระ กินแล้วจะอ้วน เสียสุขภาพ ฯลฯ ก็ยังหันมาเกาะเทรนด์ใหม่ หันหลังให้อาหารบั่นทอนสุขภาพทั้งหลาย พื้นที่ของความนิยมในแนวทางอาหารต่างๆ จึงกว้างมากขึ้น อาหารสุขภาพหลายอย่างสอดแทรกเข้ามาเป็นแนวทางให้ทดลองรับประทานกันมากมาย เทรนด์อาหารที่ทั้งอร่อย ไม่สุดโต่งเกินไป หารับประทานง่าย และจัดได้ด้วยตัวเอง แนวทางทั้ง 5 ได้รับความนิยมสูง มีดังนี้

1. กึ่งมังสวิรัติ

นอกจากวิตามินและไฟเบอร์จากผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ แล้ว แนวทาง “กึ่งมังสวิรัติ” (Flexitarianism) ยังอนุโลมให้รับประทานเนื้อสัตว์ที่ไร้มัน ปลา ไก่ รวมทั้งผลิตภัณฑ์นมเนยพร่องไขมันอีกด้วย เมื่อมิได้รับประทานแต่ผัก ผลไม้เพียวๆ แนวทาง “กึ่งมังสวิรัติ” จึงเป็นที่นิยมมาก อย่างน้อยก็ดับอาการอยากรับประทานเนื้อสำหรับคนที่ไม่เคยรับประทานมังสวิรัต ิมาก่อนได้ โดยแนวทางคือ ให้งดรับประทานเนื้อสัตว์ใดๆ อย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์

แนวคิดนี้เริ่มที่อเมริกา ซึ่งมาจากความต้องการหลีกเลี่ยงไขมัน หันมารับประทานอาหารที่มีกากใยสูง คำตอบที่ได้ก็คือ อาหารมังสวิรัติ ทว่านักโภชนาการหลายคนก็ยังเชื่อว่าเป็นวิถีที่ค่อนข้างสุดโต่งเกินไป รวมทั้งเกรงว่าจะได้รับโปรตีนไม่ครบประเภทที่ร่างกายต้องการ แนวทาง “กึ่งมังสวิรัติ” จึงเกิดขึ้นมา เพื่อที่ให้ผู้ปฏิบัติตามได้มีทางเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ได้ด้วย

ผลสำรวจผู้ที่เข้าโปรแกรมรับประทานแบบ “กึ่งมังสวิรัติ” พบว่า นอกจากน้ำหนักจะลดลงแล้ว ความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ก็จะลดลงด้วย (ผลวิจัยทำนาน 19 ปี โดยมหาวิทยาลัยทูเลน ในนิวออร์ลีนส์)

2. อาหารออร์แกนิก

นับว่าเป็นเทรนด์อาหารที่ “โตเร็ว” ที่สุดในตลาดก็ว่าได้ อาจด้วยเพราะภาพลักษณ์ของ “อาหารออร์แกนิก” (Organic Food) นั้นดูสุขภาพจ๋า... จริงๆ อาหารชนิดนี้แปลเป็นไทยว่า อาหารเกษตรอินทรีย์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มาจากระบบเกษตรกรรมที่เน้นความสำคัญต่อการอนุรักษ์ฟื ้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน การรักษาแหล่งน้ำให้สะอาด กระบวนการผลิตเป็นไปโดยอาศัยหลักการระบบนิเวศ เสริมสร้าง ผสมผสานและเกื้อกูลกัน คำนึงถึงวงจรชีวิตในระบบนิเวศ ไม่ใช้ปัจจัยการผลิตที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิดที่จะทำลายความสมดุลของ นิเวศการเกษตรและกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังมีผลวิจัยเกี่ยวกับ “อาหารออร์แกนิก” ออกมามากมาย ซึ่งก็น่าจะสืบเนื่องมาจากความนิยมที่พุ่งพรวดนั่นแหละ โดยพบว่าอาหารประเภทนี้มีวิตามินสูงกว่าอาหารทั่วๆ ไป อย่างเช่น ผลวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้ความว่า “อาหารออร์แกนิก” มีวิตามินซีสูงกว่าอาหารทั่วไปถึง 27 เปอร์เซ็นต์ มีธาตุเหล็กสูงกว่า 21 เปอร์เซ็นต์ และมีสารแมงกานีสสูงกว่าถึง 29 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ต้องตั้งข้อสังเกตไว้สำหรับคนที่ต้องหลีกเลี่ยงไขมัน เพราะมิอาจการันตีได้ว่า “อาหารออร์แกนิก” จะปราศจากสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพ 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่มีคุณค่าทางอาหารและกากใยมากกว่าอาหารทั่วไปเท่านั้นเอง

3. อาหารเสริมคุณค่า

กลุ่มคนที่เคร่งเครียดจัดๆ เรื่องคุณค่าทางอาหาร อาจจะรู้สึกบ่อยๆ ว่า ร่างกายของตัวเองขาดสารนู่นสารนี่ไปเรื่อย “อาหารเสริมคุณค่า” (Functional Foods) จึงเกิดขึ้นมาตอบสนองเทรนด์ความนิยมนี้ ไม่ว่าจะเป็นนมแคลเซียมสูง ไข่ไก่ใส่โอเมกา 3 น้ำส้มเสริมวิตามินเอและซี แป้งเสริมโปรตีน ฯลฯ

“อาหารเสริมคุณค่า” อาจมีส่วนช่วยเติมเต็มคุณค่าทางอาหารที่ขาดไปของหลายๆ คน ยกตัวอย่าง คนที่รับประทานนมไม่ได้ อาจเนื่องจากอาการแพ้ อาจจะเลือกรับประทานไข่ไก่เสริมแคลเซียมทดแทนได้ เช่นเดียวกับคนแพ้อาหารทะเล ก็มีไข่หรือขนมปังเสริมโอเมกา 3 เป็นทางเลือก แนวทาง “อาหารเสริมคุณค่า” ยังช่วยให้แต่ละคนที่ปฏิบัติตาม สามารถสร้างสมดุลในมื้ออาหารได้ โดยที่พฤติกรรมในการบริโภคแต่ละวันไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ

4. สโลว์ฟู้ด

ถ้าเราเรียกอาหารฟาสต์ฟู้ดว่าอาหารรับประทานด่วน สโลว์ฟู้ดก็คือแนวทางตรงกันข้าม นั่นก็คือค่อยๆ ปรุง ค่อยๆ รับประทาน ซึ่งก็เกิดขึ้นมาจากการต่อต้านอาหารฟาสต์ฟู้ดนั่นแหละ

เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว การ์โล เปตรินี เจ้าของภัตตาคารแห่งหนึ่งในอิตาลีเป็นเจ้าของแนวคิดนี้ โดยการโปรโมตอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนที่ดีต่อสุขภาพมากๆ และให้คนเราค่อยๆ นั่งลง ละเลียดกิน พินิจอาหารที่ดูออกมาว่าวัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นแต่ละจานนั้น ทำจากอะไรบ้าง แต่ที่เน้นหนักก็คือ ชีวิตของเราไม่ควรจะเร่งรีบเกินไป โดยเฉพาะเรื่องของการรับประทานอาหาร

สำหรับ “สโลว์ฟู้ด” (Slow Food) นั้นค่อนข้างจะเกี่ยวโยงกับแนวทาง “ฟาร์มท้องถิ่น” อยู่ไม่น้อย เนื่องเพราะเป็นแนวทางที่ต้องการวัตถุดิบในการปรุงที่สดใหม่ เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารสูงสุด นอกจากนี้ “สโลว์ฟู้ด” ยังเน้นแนวคิดในเรื่องอารมณ์ความรู้สึก โดยเฉพาะเมื่อเป็นแนวทางที่เกิดจากประเทศอิตาลี ที่ถือความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นหลัก

จาก “ฟาร์มท้องถิ่น” ผู้ปรุงคัดสรรค์วัตถุดิบที่ดีและสดใหม่ที่สุด แล้วปรุงรับประทานแบบ “สโลว์ฟู้ด” พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นวิถีที่มนุษย์ควรจะปฏิบัติกัน มิใช่คว้าพิซซา 1 ถาด มานั่งรับประทานหน้าทีวีเช่นชีวิตคนส่วนใหญ่ในยุคนี้

5. ผักสวนครัวรั้วกินได้

ผัก-ผลไม้สดกลายเป็นที่ต้องการมากขึ้นในยุคนี้ และเนื่องด้วยการผลิตผัก-ผลไม้ในอุตสาหกรรมมักจะปนเปื้อนสารเคมี คนทุกวันนี้จึงเริ่มหันมาทำสวนเล็กๆ เองที่บ้าน หลายๆ แห่งถึงขนาดรวมกลุ่มกันทำเป็นชุมชนปลูกผัก-ผลไม้รับประทานเอง ซึ่งทำให้สามารถควบคุมผลผลิตที่สดใหม่ไร้สารเคมีที่แปลกปลอมได้

แนวคิด “ฟาร์มท้องถิ่น” (Locally Grown Foods) เป็นรูปเป็นร่างขึ้นในหลายๆ แห่ง บ้างเป็นการรวมกลุ่มกันเองหลวมๆ สบายๆ บ้างก็จริงจังถึงขั้นตั้งเป็นสหกรณ์ โดยนอกเหนือจากผัก-ผลไม้แล้ว ยังเริ่มที่การทำปศุสัตว์ เอาเนื้อและนมโค รวมทั้งสัตว์ที่สามารถปรุงเป็นอาหารอื่นๆ ไปจนถึงการเลี้ยงผึ้งเพื่อเอาน้ำผึ้งเลยทีเดียว

การทำ “ฟาร์มท้องถิ่น” ทำให้เป็นที่แน่ใจได้ชัวร์ๆ เลยว่า จะได้ผัก-ผลไม้ที่สดใหม่ เช่นเดียวกับเนื้อสัตว์และผลิตผลต่างๆ ที่ไม่ผ่านกระบวนการผลิตที่มีสารแปลกปลอมใดๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเต็มไปด้วยคุณค่าอาหารและวิตามินที่พึงมีอย่างครบถ้วน เห็นมั้ยล่ะ การเลือกรับประทานดีๆ ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป และยังไม่สายถ้าจะเริ่มในวันนี้

จาก Link

http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=magazine&id=216872

--------------------------------------------

ช่วงที่ 2

ประเด็น

หัวข้อ “ ด้วยรักและผูกพัน (ต่อถิ่นฐานบ้านเกิด) ”

- เข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการ โทร เข้ามาซักถามนะคะ คุณอาจเป็นผู้โชคดีได้รับของรางวัลพิเศษสุด แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ผมจากสหรัฐอเมริกา แบรนด์ BEDHEAD ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมสำหรับคนรุ่นใหม่ วัยมันส์บังคับทิศทางเส้นผมได้ตามใจปรารถนา หาซื้อได้ที่ห้างเซ็นทรัล แผนกเครื่องประดับตกแต่งสตรีทุกสาขา และแบรนด์ CATWALK ผลิตภัณฑ์ผมสำหรับหนุ่มสาวแฟชั่นทันสมัย เบาสะอาด จัดแต่งทรงผมได้ในพริบตา หาซื้อได้ที่ ร้านบูท ทุกสาขา

มอบ กิฟท์ เวาเชอร์ มูลค่า 200 บาท สำหรับไปสระซอยผม และมูลค่า 500 บาท สำหรับไปดัดยืดทำสีผม ให้กับคุณผู้ชม Only the Lonely ที่โทรเข้ามา เลือกได้ตามใจเลยค่ะ....

พบกับ VTR หัวข้อ “ คุณมีความรักและความผูกพันต่อถิ่นฐานบ้านเกิดมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ”

สรุปประเด็นใน VTR

  • ช่วง โลนลี่ ทอล์ค เราจะสนทนาในเรื่อง ด้วยรักและผูกพัน(ต่อถิ่นฐานบ้านเกิด) โดยแขกรับเชิญวันนี้ คือ คุณอำนาจ แสงสุขสวัสดีและยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการค่ะ
  • เป็นคนที่ไหน เรียนจบด้านใด
  • มาจากครอบครัวที่มีอาชีพอะไร ลักษณะการเลี้ยงดูเป็นแบบไหน
  • และตอนนี้ทำงานอะไรอยู่
  • ทำไมถึงรักบ้านเกิด มากๆๆ ทั้งที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นน้อยนิด
  • แ นวคิดรักบ้านเกิดได้แสดงออกผ่านการทำงานเชิงสังคมมากมายหลายแนวทาง อยากให้เล่าให้ฟังค่ะ (ชมรมอาสาพัฒนาท้องถิ่นกาฬสินธุ์ กุล่มรักษ์ไผ่สีทอง ชมรมเครือข่ายการเรียนรู้พัฒนา จุลสารคนรักท้องถิ่น ศึกษาวิจัยพื้นที่บ้านเกิด เว็บไซด์ บันทึกลำนำคำคมคนท้องถิ่น และหนังสือทำมือที่ร่วมกับนายบอน)
  • ช่วงหน้า เราจะมาเจาะชีวิตการทำงานเพื่อบ้านเกิดและชีวิตรักของเขาด้วย อย่าพลาดชมนะคะ

-----------------------------------

ช่วงที่ 3

ประเด็น

หัวข้อ “ ด้วยรักและผูกพัน(ต่อถิ่นฐานบ้านเกิด) ”

  • กลับเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของรายการ

โทร เข้ามาพูดคุยนะคะ คุณอาจเป็นผู้โชคดีได้รับของรางวัลจาก

แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ผมจากสหรัฐอเมริกา แบรนด์ BEDHEAD ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมสำหรับคนรุ่นใหม่ วัยมันส์บังคับทิศทางเส้นผมได้ตามใจปรารถนา หาซื้อได้ที่ห้างเซ็นทรัล แผนกเครื่องประดับตกแต่งสตรีทุกสาขา และแบรนด์ CATWALK ผลิตภัณฑ์ผมสำหรับหนุ่มสาวแฟชั่นทันสมัย เบาสะอาด จัดแต่งทรงผมได้ในพริบตา หาซื้อได้ที่ ร้านบูท ทุกสาขา

พร้อมกันนี้ แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ ลาดพร้าว 101 มอบ กิฟท์ เวาเชอร์ มูลค่า 200 บาท สำหรับไปสระซอยผม และมูลค่า 500 บาท สำหรับไปดัดยืดทำสีผม ให้กับคุณผู้ชม Only the Lonely ที่โทรเข้ามา เลือกได้ตามใจเลยค่ะ....

  • มาคุยในประเด็นกันต่อ ด้วยรักและผูกพัน(ต่อถิ่นฐานบ้านเกิด)

ในช่วง โลนลี่ ทอล์คกับคุณอำนาจ แสงสุข

  • เรียกสายสด จากทางบ้าน
  • ทำงานเพื่อบ้านเกิดมากมายขนาดนี้ สถานภาพส่วนตัวเป็นอย่างไร
  • ทราบมาว่าแต่งงานกับสาวโคราช (แถมเธอยังอายุมากกว่าซะด้วย) ปิ๊งกันยังไง
  • ทำไมถึงรักเดียวใจเดียวได้ขนาดนี้ (มีคนใกล้ชิดแอบอิจฉาและฝากมาถามค่ะ)
  • ครอบครัวเข้าใจงานเชิงสังคมของเรามั้ย
  • เหตุใดยังคงรักษาอุดมการณ์การทำงานเชิงสังคมเพื่อพัฒนาบ้านเกิด ท้องถิ่นได้อย่างมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง

สรุปจบ : ขอบคุณ คุณผู้ชมทุกท่าน ขอบคุณทุกสาย และทุก SMS

ขอบคุณ แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม BEDHEAD (เบดเฮด) ที่เซ็นทรัลทุสาขาและ CATWALK (แคทวอร์ค) ที่ บูทสโตร์ ยินดีให้คำปรึกษาการดูแลรักษาเส้นผมที่ Call Center 02-731-2011 ตลอด 24 ชั่วโมง

พบกับ Only The Lonely ได้ใหม่ในวันจันทร์หน้าเวลา 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืนครึ่ง ยังคงนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์ แบบไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัยเหมือนเดิมค่ะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ


****

ข้อมูลของแขกรับเชิญ
- นายอำนาจ แสงสุข อายุน้อยกว่าพี่ปุ้ย 4 ปี
- จากบ้านเกิดมาตั้งแต่เด็กๆ แต่กลับรักถิ่นฐานบ้านเกิดมากกว่าคนที่เติบโตในถิ่นฐานบ้านเกิด เคยทำงานเป็นนักประชาสัมพันธ์ นักข่าวท้องถิ่นที่อยุธยา เป็นพนักงานโรงแรม พนักงานโรงงาน และธุรกิจส่วนตัวบนแนวคิดความพอเพียง
- จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ด้วยความที่เป็นนักคิด นักเขียนในแบบของตนเอง จึงมีแนวคิดที่น่าสนใจเชิงปรัชญา โดยเขียนบันทึก ลำนำคำคมคนท้องถิ่น และมีแนวคิดในเรื่องปรัชญาความรัก การครองเรือนที่น่าสนใจไม่น้อย
ผลงานที่น่าสนใจในแบบเฉพาะตัวของเขา
อันนี้คือ รายละเอียดคร่าวๆจากในหนังสือทำมือ..
1.ก่อตั้งชมรมอาสาพัฒนาท้องถิ่นที่กาฬสินธุ์ รวบรวมกลุ่มลูกหลานที่แยกย้ายไปทำงาน + เรียนที่ต่างๆ ปลุกสกนึกรักษ์บ้านเกิด
2.ทำการศึกษาวิจัยสภาพพื้นที่บ้านเกิด เปรียบเทียบจุดอ่อนของท้องถิ่นบ้านเกิดตัวเองกับพื้นที่อื่นที่เจริญกว่า แล้วมอบให้ อบต.เก็บใส่ตู้ไว้ !!!
3.รวมตัวตั้งกลุ่มรักษ์ไผ่สีทองเกษตรแบบพอเพียงและสัจจะออมทรัพย์เพื่อการผลิต ที่โคราชจนถูกนักการเมืองเขม่น ในที่สุดต้องล้มเลิกไป
4.จัดทำบทเรียนจากชุมชน เรื่องการศึกษาเชิงกลยุทธที่ ต.โตนด โคราช
5.จัดตั้งชมรมเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อการพัฒนา
6.เขียนบันทึกลำนำคำคมคนท้องถิ่น
7.ทดลองจัดทำจุลสารคนรักท้องถิ่น
8.เป็นที่ปรึกษาชุมชน ให้คำแนะนำจดแจ้งภูมิปัญญาท้องถิ่นกับกลุ่มอาชีพต่างๆในชุมชนที่ตนอยู่อาศัย ก่อนที่ชาวต่างชาติจะแอบมาจดสิทธิบัตรไปก่อน
9.ริเริ่มต้นทำกองทุนศิษย์เก่าเพื่อน้อง มอบจักรยานเพื่อน้องที่ขาดแคลนในท้องถิ่นบ้านเกิด
10.ริเริ่มแนวคิดจัดทำเวบไซต์ของบ้านเกิด แม้จะล้มลุกคลุกคลานไปบ้าง
11.มีข้อเสนอ + แนวความคิดดีๆ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดหลายโครงการ รอนักการเมืองท้องถิ่นที่เห็นคุณค่านำไปใช้
....ว่าแต่ จะเหมาะกับการเป็นแขกรับเชิญในรายการ only the lonely รึเปล่าเนี่ย...
.... แต่ก็มีประเด็นให้เลือกหยิบมาสัมภาษณ์ได้พอสมควร รวมถึงเรื่องความรักความสัมพันธ์
เค้ารักและผูกพันกับถิ่นฐานบ้านเกิดขนาดนี้ แล้วความรักต่อครอบครัว ภรรยาและลูกของเค้าล่ะ จะขนาดไหน...

แต่คนที่รู้จัก และเคยอ่านหนังสือของเค้า อยากให้ถามคำถามเหล่านี้มากกว่า

1. ชีวิตผ่านอะไรมาตั้งเยอะ ทำไมถึงเลือกแต่งงานกับสาวโคราช แถมอายุมากกว่าอีก

2. ใช้ชีวิตยังไง ถึงไม่เสียคน หลงในอบายมุข

3. ทำยังไงถึงได้รักเดียวใจเดียว มั่นคงถึงขนาดนี้

4. ทำไมถึงรักบ้านเกิดมากนัก ทั้งๆที่ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิด (กาฬสินธุ์) น้อยมากๆ

5. ทำไมถึงรักษาจุดยืน อุดมการณ์เพื่อสังคมได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ในขณะที่หลายคน เปลี่ยนใจไปแล้ว


Read More......

Thursday, January 24, 2008

บันทึกของครูน้อย "การปรากฏตัวในรายการ Only the lonely"


บันทึกจากครูน้อย ศศิพร ฝากมาเผยแพร่ใน mblog ครับ เธอเขียนกำกับมาว่า ห้ามนายบอนตัดทอนข้อความใดๆ ไม่งั้นจะไม่เขียนมาให้เผยแพร่อีก...
... เชิญอ่านเลยครับ




+ + + + + + + + +






"การปรากฏตัวในรายการ Only the lonely"





เวลาผ่านไปรวดเร็วอย่างใจหาย เหลือเวลาเดือนกว่าๆเท่านั้น ที่ฉันจะอยู่ในอาชีพครู คิดดูแล้วฉันอยากจะร้องไห้ แต่ฉันไม่มีน้ำตาสำหรับอดีตที่กำลังจะผ่านพ้นไป เพราะฉันภูมิใจในความเป็นครูของฉันเอง...









เมื่อต้นเดือนก่อน นายบอนพยายามชักชวนฉันให้ไปออกรายการ Only the lonely ฉันได้ยินแล้วรู้สึกขำ เพราะเค้าจะให้ฉันออกรายการทีวีของเค้าหรือ เห็นมีแต่แขกที่ดูมีระดับทั้งนั้น แต่เมื่อเห็นข้อความของพี่ปุ้ย พิธีกรรายการว่า ยินดีที่จะได้สัมภาษณ์ฉัน ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก แต่ฉันคงไม่มีโอกาสที่จะได้ไป กทม.หรอกนะ ฉันไม่แน่ใจว่า ฉันจะพูดได้ดีหรือเปล่า แต่ละคนพูดคล่อง พูดเร็วกันทั้งนั้น ฉันกลัวว่าจะพูดไม่ออก และเป็นรายการในช่วงเวลาที่ฉันมักจะเข้านอนแล้ว





เมื่อฉันรู้ว่า นายบอนจะไปออกทีวี ในวันที่ ดร.นรินทร์มาออกรายการ เพื่อนๆฉันวิจารณ์ว่า ไม่เจียมตัว ทำไมกล้าไปให้เขาเชือด แต่ละคนเก่งๆ มืออาชีพทั้งนั้น ยังไงนายบอนก็พูดไม่ทันแต่ละคนแน่นอน เสียหน้าเปล่าๆ แต่นายบอนบอกว่า เขาไม่มีหน้าตาให้เสีย เพราะเป็นคนธรรมดาๆ ไม่ได้เป็นดารา มียศตำแหน่งสูงที่จะต้องรักษาภาพพจน์




ฉันว่า ก็จริงอย่างที่นายบอนว่า คนเราต้องเป็นตัวของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องทำตามคนอื่น เพราะตัวเราไม่ได้เป็นเงาของใครสักหน่อย รายการในคืนวันจันทร์ที่ 21 มค. เหมือนเค้าจะไปช่วยเสริมบทบาทของ ดร.นรินทร์ และพิธีกรทั้ง 2 ให้เด่นชัดขึ้น ถ้ามองดูในจอ เห็นมีความแตกต่าง คนหนึ่งพูดน้อย อีกคนพูดคล่อง จะเสริมบทบาทของคนพูดคล่องให้โดดเด่นขึ้น ทำให้แฟนรายการชื่นชมในบทบาทของพิธีกรและ ดร.นรินทร์มากขึ้น เพราะนายบอนช่วยคิดประเด็นรายการในแนวนี้ ฉันว่า คงเหมือนที่เขาเซ้าซี้ให้ฉันเขียนบันทึกมาเผยแพร่ใน mblog เหมือนอยากให้คนอื่นรับรู้ว่า ฉันยังอยู่ใน mblog ตลอดเวลา...




เรื่องที่เขาชวนฉันไปออกรายการ only the lonely ทีแรกฉันปฏิเสธ แต่เขาบอกว่า โอกาสคือ กำไรชีวิต แค่ได้ไปเจอพิธีกรทั้งคู่ ก็คุ้มแล้ว ได้ไปนั่งชมรายการสดๆในสตูดิโอยิ่งคุ้ม ยิ่งไปเป็นแขกยิ่งคุ้มเข้าไปอีก แล้วยังจะได้สัมผัสแง่มุมที่งดงามจาก 2 พิธีกรอีกด้วย






คืนวันที่ 21 ม.ค. หลายคนที่หมู่บ้านฉัน ลุกขึ้นมารวมกลุ่มดูรายการกันกว่า 10 คน ไม่ใช่เพราะว่า นายบอนไปออกทีวี แต่เป็นเพราะเค้าเอาคำถามที่พวกเราฝากไปถามในรายการต่างหาก หลายคนอยากรู้ว่า ดร.นรินทร์จะตอบอย่างไร ตอน 6 ทุ่มยิ่งพากันกรี๊ดกร๊าดยกใหญ่ เมื่อเห็น MV เพลงรักแฟนพ่อ ถูกใจคอเพลงลูกทุ่งอย่างมากที่ทางรายการเอามาเปิดให้ดูก่อนนอน ตอนที่รู้ว่า คุณอำนาจ แสงสุข จะไปออกทีวีรายการนี้ด้วย เค้าให้ช่วยโหวต เลือกภาพถ่ายของคุณอำนาจ ภาพบรรยากาศมุมสวยจากอำเภอบ้านเกิดของเขา และภาพผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นเมือง บอกว่าจะเอาไปทำคลิป เอาไปฝากให้เปิดในรายการ เป็นของขวัญยามดึกให้ผู้ชมรายการได้ชมภาพเหล่านี้จากกาฬสินธุ์บ้าง จากหลายร้อยภาพ ให้ช่วยเลือกออกมาแค่ 20 -30ภาพ แล้วเขาจะทำเป็น VCD ความยาวประมาณ 1 นาที ครึ่ง ใส่ดนตรีบรรเลงโปงลาง ให้ได้กลิ่นอายของวัฒนธรรมชาวอีสาน โห.... ทำไมน้อยจัง คงตั้งใจให้ช่วยกันคัดสิ่งที่ดีที่สุดไปฝากให้ผู้ชมเป็นของขวัญทางสายตาก่อนนอน




ฉันและเด็กนักเรียนของฉัน เลยช่วยกันคัดเลือกภาพจาก 350 ภาพ ให้เหลือแค่ 30 ภาพ และเลือกเพลงบรรเลงโปงลางที่คิดว่าน่าจะเข้ากับภาพ เลือกไว้ 2 เพลง ซึ่งเพลงนั้น ยาว 4 นาที แต่นายบอนจะเอาไปตัดต่อให้เหลือนาทีกว่าๆ ซึ่งนายบอนบอกว่า ทำเผื่อไว้ ถ้าเห็นสคริปรายการแล้ว เข้ากับประเด็น ทีมงานก็คงจะเอา VCD เพลงนี้ออกอากาศ แต่ถ้าไม่เหมาะ ฉันก็ขอให้นายบอนมอบให้พิธีกร และทีมงานไปเปิดดูเล่นๆละกัน คงทำให้ได้รับความรู้สึกที่ดีๆจากภาพและเพลงที่เห็นบ้างนะคะ ซึ่งเป็นคลิปที่ฉัน เด็กนักเรียนของฉัน เพื่อนๆและชาวบ้านส่วนหนึ่ง ช่วยกันเลือกให้สำหรับไปเปิดใน Only the lonely โดยเฉพาะเลยนะคะ.....




คืนวันศุกร์นี้ หลายคนที่หมู่บ้านพากันนัดหมายที่จะมานั่งดูรายการที่บ้านของเพื่อนครูที่ติดเคเบิลทีวี หลายคนรู้จักคุณอำนาจ แสงสุข เพราะมีโอกาสได้อ่านหนังสือทำมือของเขา และจากการบอกกันปากต่อปากว่า จะมีคนกาฬสินธุ์ไปออกทีวีในคืนวันศุกร์นี้ด้วย รอลุ้นกันว่า ภาพที่พวกเราช่วยกันเลือก เพลงที่เด็กๆนักเรียนช่วยกันโหวต ทีมงานจะเอาออกอากาศให้หรือไม่ ออกช่วงไหน แล้วพิธีกรจะพูดว่าอย่างไร ที่หมู่บ้านที่ฉันอยู่ มีบ้านที่ติดเคเบิลทีวีอยู่ 3 หลัง แต่หลังที่ฉันไปดู มีหลายคนนัดกันมาดูด้วยกัน นับดูแล้วก็เกิน 20 คนแล้วค่ะ...




ส่วนตัวฉันเอง ที่เคยบอกนายบอนว่า จะไปออกรายการนี้ ฉันไม่รู้ว่า ฉันจะว่างวันไหนในเดือน ก.พ. แล้ววันที่ฉันว่างที่จะไป ทีมงานเค้าจะมีแขกไว้ก่อนหรือเปล่า เห็นนายบอนบอกว่า คุณอำนาจ จะไปออกวันศุกร์ที่ 18 แต่ทางรายการติดต่อแขกมาออกรายการไว้แล้ว เลยต้องเลื่อนมาศุกร์นี้ คงต้องลุ้นกันหน่อยว่า ฉันจะได้ไปออกทีวีรายการนี้หรือเปล่า เป็นเรื่องของโชคชะตาเหมือนกันนะ....




แค่คนที่หมู่บ้านรู้ว่า ฉันจะไปออกรายการ หลายคนบอกจะตามไปให้กำลังใจที่ ASTV ด้วย นับดูแล้วก็เกือบ 10 คนแล้วค่ะ พวกเขาบอกว่า อยากเห็นฉันเปิดใจแบบสดๆ เพราะต่อไป ฉันจะไม่ได้อยู่เป็นครูให้กับลูกๆของพวกเขาอีกแล้ว แหม เหมือนกับว่า ฉันจะต้องไปกล่าวคำอำลาอาชีพครูในรายการ Only the lonely เลยนะ นายบอนก็เตรียมจะทำ VCD ภาพประกอบสำหรับฉันที่จะไปออกรายการให้อีก เห็นกำลังจะให้พวกเด็กๆและอีกหลายคนช่วยกันคัดเลือกภาพของฉันเหมือนกัน แม้ว่าฉันจะเป็นคนธรรมดา เป็นครูที่ไม่มีเกียรติยศใดๆ แต่ฉันก็รู้สึกอบอุ่นที่ได้รับสิ่งที่ดีๆตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ มีโอกาสได้มีส่วนร่วมกับ mblog มีส่วนร่วมกับเด็กๆ ในการช่วยคัดเลือกภาพและเพลง ให้รายการ Only the lonely อีกด้วย ฉันรู้สึกใจหายเหมือนกัน ไม่รู้ว่า นับจากวันที่ฉันก้าวออกจากการเป็นครูที่นี้แล้ว ฉันจะมีโอกาสได้รับความรู้สึกดีๆแบบนี้อีกหรือเปล่า....





ฉันฝาก MV เพลงท่อนหนึ่ง ประมาณ 1 นาทีกว่าๆ เพลงของต่าย อรทัย ฝากไปเป็นของขวัญและกำลังใจให้คุณอำนาจในรายการด้วย จากคนท้องถิ่น คนชนบทเหมือนกันค่ะ





ขอบคุณค่ะ

ครูน้อย ศศิพร...








หมายเหตุนายบอน

ตัวอย่างบางส่วนจากคลิปวิดีโอ และเพลงที่ครูน้อยและเด็กๆช่วยกันโหวตสำหรับ Only the lonely

ภาพเหมือนกัน แต่เพลงต่างกัน เพื่อที่จะเดาใจทีมงานว่า ถ้าทีมงานรายการจะเปิดคลิปนี้ในรายการ ทีมงานจะเลือกเพลงไหน??

ครูน้อย เด็กๆและพรรคพวก คงตั้งตารอลุ้นที่หน้าจออย่างใจจดจ่อ :)))







version 1








version2





คาดว่า ครูน้อยจะมาออกรายการ ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.พ. 51 แถมจะมี surprise พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์อีกด้วย ว่างั้น!!!






ความคิดเห็นที่ 1
แย่จัง...จะหาชมได้จากใหนกันนะ...
โดย conqueror เมื่อ 24 มกราคม 2551 เวลา : 14:19

ความคิดเห็นที่ 2
อ ่านบทความชิ้นนี้แล้วทึ่ง!...ค่ะ ไม่เคยคาดคิดเลยว่า รายการดึกๆ ที่ฮอลล์กะปุ้ยจัด ทางสถานีเล็กๆ ผู้ชมต้องมีเคเบิ้ลหรือจานรับดาวเทียมเท่านั้น จึงจะมีโอกาสได้ชม แต่ก็ทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่ง ในหมู่บ้านไกลๆ ของ จ.กาฬสินธุ์ ได้มีส่วนร่วม ได้นัดแนะกันมารอชม เป็นกำลังใจที่ดีเยี่ยมมากๆ สำหรับพี่ฮอลล์นะคะ ครูน้อย พวกเราก็รอครูน้อยมาร่วมรายการ เหมือนกับที่เคยรอน้องบอน และกำลังรอพบคุณอำนาจ หากนัดมาล่วงหน้า ไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ อยากไต่ถามเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของครูกับลูกศิษย์ และผู้ปกครองของเด็กๆ เหล่านั้น หวังว่าคงได้พบกันนะคะ ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกค่ะ พิธีกรรายการนี้ก็คนธรรมดาๆ ไม่ได้เป็นดารา หรือคนดังไฮโซ...เราก็ลูกชาวบ้าน คนทำงานแลกเงินยังชีพเหมือนกันค่ะ...ขอบคุณมากนะคะ
โดย pijika เมื่อ 24 มกราคม 2551 เวลา : 14:22

Read More......

Only the lonely : ทรงผมสัมพันธ์กับบุคลิกทางเพศและวัยอย่างไร

คืนวันพุธที่ 23 ม.ค.2551 แขกรับเชิญคนสำคัญจากแกรมเมอร์แฮร์แคร์ คุณวีระศักดิ์ อยู่เย็น สปอนเซอร์ของรายการนั่นเอง




VTR

"คุณคิดว่าทรงผมสัมพันธ์กับบุคลิกทางเพศและวัยอย่างไร"




- เด็กทำทรงผมให้เข้ากับใบหน้าได้ เสริมบุคลิก

- ตัดผมสั้นทำให้ดูกระฉับกระเฉง มั่นใจขึ้น

- ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย ดูมีบุคลิกภาพดีขึ้น

- รวบผมให้ดี ดูปราดเปรียยวขึ้นไม่เกะกะ

- ทรงผมเป็นการแสดงออกถึงตัวตน ถ้าไม่เหมาะกับตัวตนจะไม่มั่นใจ





ในช่วง talk


มีคุณวีระศักดิ์ อยู่เย็น และ อาจารย์ต้อม ธนากร วงศ์อาริยะกุล ช่างทำผมที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี ทำงานอยู่ที่แกรมเมอร์ในส่วนของโรงเรียนสอนเทคนิคการซอย ที่สอนตั้งแต่ระดับ Basic จนถึง Advance และทำงานประจำอยู่ที่ เมสินี เมดิคอลสปา ซอยราชครู



เรื่องของการออกแบบทรงผมสำหรับช่างทำผมนั้น ไม่ง่ายนัก ทั้งออกแบบเอง และลงมือทำผมเอง






สัปดาห์นี้ คุณวีระศักดิ์ มีคำศัพท์เรื่องการทำผมมาให้ความรู้ คือ คำว่า โวลุ่ม (Volume) เป็นการ set ผมให้มีการพองตัวขึ้นมา








ดูในรูป ทรงผมพี่ฮอลล์ ทำการเพิ่มโวลุ่มทรงด้านมงกุฏ ทำให้พี่ฮอลล์ดูเปลี๋ยนไป๋ ......ว๊าว....











ส่วนทรงผมของพี่วีระศักดิ์ ที่ทำโวลุ่มในแบบผู้ชาย ทำตรงไฮไลท์ อย่างที่เห็นในภาพ




การทำโวลุ่มสำหรับวัยรุ่น ทำให้อินเทรนด์ได้ โวลุ่มจะทำให้ดูเนื้อผมเยอะๆ ดูเป็นทรงขึ้นมา




สำหรับคนที่มีผมเส้นเล็ก ปริมาณผมน้อย สามารถทำให้ทรงผมมีโวลุ่มขึ้นมาได้ โดยทำเป็น shape ให้มีทรงขึ้นมา สำหรับคนที่เริ่มมีอายุมาก ปริมาณเส้นผมน้อย ต้องพยายาม set ผมให้ดูเยอะ ให้ดูมีเนื้อผมมากขึ้น มองดูกระชากวัย เมื่อมองเห็นเนื้อผมเยอะจะรู้สึกมั่นใจ สาวๆมองแล้ว สะดุดตา



สำหรับผู้ชายสูงวัย จะมีปัญหาเส้นผมมากกว่าผู้หญิง เพราะผมจะบาง สั้นกว่า สามารถจะเพิ่มโวลุ่ม นำผมส่วนที่มีมาปกปิด ใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมช่วยให้ดูมีผมหน้าได้



มาถึงคำถามสำคัญ ทำอย่างไรให้ดูมีโวลุ่ม?


คุณวีระศักดิ์ขยายความว่า การสร้างโวลุ่ม คือ วิธีที่ง่ายๆ คือ การดัด เช่น ดัดยกโคน ไม่ดัดทั้งศรีษะ ส่วนคนที่มีผมหยักศก ดูไม่สวย ต้องดัดให้มีลอนสวยขึ้น ทำให้ดูมีโวลุ่ม




ถ้าไม่อยากใช้เคมี น้ำยาแต่งผม สามารถใช้ม้วนเกลียวไฟฟ้า สร้างลอนไฟฟ้าได้




การทำโวลุ่ม นอกจากการดัด , set แล้ว สามารถทำการตัดซอยกับช่างทำผมมืออาชีพ อันเดอร์คัท ตัดผมข้างในให้สั้น เพื่อให้ค้ำผมข้างในดันให้เส้นผมด้านนอกพองตัวขึ้นมา ซึ่งเทคนิคนี้สามารถทำเฉพาะจุดได้ ถ้าทำทั้งศรีษะ ทรงผมก็จะดูพองโต..




ส่วนทรผมของพี่ปุ้ย ตัดตรงท้ายทอยให้สั้น ดันให้หัวทุยขึ้นมา


พี่ฮอลล์นินทาช่างทำผมของ ASTV จะเป็นช่างทำผมหลายคนเวียนมาทำผมให้ วันไหนเจอช่างคนไหนก็ต้องทำผมกับช่างคนนั้น แต่ละคืนที่ออกหน้าจอ เลยทรงผมดูดีมั่ง ไม่ค่อยดูดีมั่ง




ช่วงสุดท้ายของรายการ สาธิตการทำผม เพิ่มโวลุ่มให้ดู โดยนางแบบ น้องเอ๋ ทิชากร ธารสมบัติ


แหม นายบอนน่าจะอยู่แถวนั้นด้วย จะได้ขอเบอร์ติดต่อของน้องเค้า :)))))




ในรูปที่เห็น มีการใช้แปรงกลม แล้วใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมใส่เส้นผม ให้ทำปฏิกิริยากับความร้อนจากเครื่องไดร์ผม ความร้อนทำให้ผมอยู่ทรง.....






























































แหม มุมกล้อง ประชันสวยระหว่างพี่ปุ้ย และน้องเก๋ นางแบบ





24 มกราคม 2551 เวลา : 18:25:00

ความคิดเห็นที่ 1
เ อ๊า!...พี่ฮอลล์อุตส่าห์กลับมาเม้าท์เบื้องหลังต่อ นายบอนยังมาชิงตัดหน้า เม้าท์เรื่องเมื่อคืนอีก เวลาเดียวกันซะด้วย...โห...ใจตรงกันซะ...ขอบคุณมากนะคะน้องบอน
โดย pijika เมื่อ 24 มกราคม 2551 เวลา : 18:40

ความคิดเห็นที่ 2
แ หม พี่ฮอลล์ มีเบื้องหน้า ต้องมีเบื้องหลัง ให้ผู้อ่านได้ติดตามอย่างครบรสดิครับ... พี่ฮอลล์ชอบย้อนรำลึกความหลัง นายบอนขอช่วงปัจจุบันละกันนะพี่ :))))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 24 มกราคม 2551 เวลา : 18:49

ความคิดเห็นที่ 3
เหะเหะ ผมชอบนางแบบง่ะ ;)
โดย kooyik เมื่อ 24 มกราคม 2551 เวลา : 20:54

ความคิดเห็นที่ 4
นางแบบผู้นี่กะงามขนาดเนาะอาว
โดย 11arrows เมื่อ 24 มกราคม 2551 เวลา : 23:29

ความคิดเห็นที่ 5
สวยค่ะ แต่ยากจะดูแลรักษา...
โดย conqueror เมื่อ 25 มกราคม 2551 เวลา : 9:29

ความคิดเห็นที่ 6
...นู๋ทำอาหารเปงตั้งหลายอย่าง อยากหม่ำแค่มาม่าเองหรอค่ะ พี่ชาย...;-))
โดย tomorrow เมื่อ 25 มกราคม 2551 เวลา : 10:27

ความคิดเห็นที่ 7
แวะมาหวัดดีนายบอนตอนดึกค่ะ ...///... นางแบบ จ๋วยทุกคนค่ะนายบอน ...;)))
โดย คิมค่ะ ... เมื่อ 25 มกราคม 2551 เวลา : 23:58




Read More......

Wednesday, January 23, 2008

Only the lonely เมื่อ ดร.นรินทร์ กรินชัย ออกรายการร่วมกับนายบอน

...

ปกติทุกคืนวันจันทร์ มีแขกประจำคือ ดร.นรินทร์ กรินชัย นักจิตวิทยามืออาชีพจากมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ คอยตอบประเด็น ให้คำแนะนำในรายการ แต่สำหรัยคืนวันที่ 21 ม.ค. กลับมีนายบอนมานั่งถามในรายการ กับหัวข้อ "วันเวลากับการรักษาความรัก ความสัมพันธ์"


เมื่อไปโผล่ออกหน้าจออีกครั้ง ก็มีเบื้องหน้าเบื้องหลังมาฝากกันอีกแล้ว!!


ตอนทุ่มกว่าๆ นายบอนโทรไปรายงานตัวกะพี่ปุ้ย พี่ฮอลล์ รายแรก เสียงสดใส ถามว่าได้เปิดดูเมล์อ่านสคริปรายการหรือยัง เจอกันตอน 22.30 น. นะคะ ส่วนรายหลัง พอโทรไปหาปุ๊บ พี่ฮอลล์ก็รับสาย เสียงงัวเงีย เอ๊ะ หรือโทรไปปลุกตอนที่พี่ฮอลล์กำลังนอนหลับรึเปล่าเนี่ย ยิ่งนอนน้อยๆอยู่ แต่พี่ฮอลล์ก็ตอบกลับมาแบบงัวเงียๆว่า เจอกันตอน 3 ทุ่ม เดี๋ยวแวะรับตรงสะพานลอยที่เดิม


3 ทุ่มครึ่ง นายบอนก็ไปรอตรงเมเจอร์ รัชโยธิน เห็นรถพี่ฮอลล์แล่นมา มองเห็นทรงผมใหม่แล้วขำๆ แต่ก็รีบเปิดประตูขึ้นรถ ชักช้าเดี๋ยวแท็กซี่คันหลังบีบแตรด่าเข้าให้ พอขึ้นรถ ไหว้สวัสดีแล้ว พี่ฮอลล์ก็ทัก ไป ไปกินขนมจีนแถวนี้มารึยัง โอ๊ะ ลืมอีกแล้ว คงเป็นคราวต่อไปต้องแวะชิมสักหน่อย เพราะพี่ฮอลล์เชียร์ร้านนี้หลายครั้งแล้ว


ระหว่างที่พี่ฮอลล์ขับรถออกมา เพิ่นก็เปิดวิทยุ มีแต่รายการคุยเรื่องการเมือง จนพี่ฮอลล์บ่นเซ็ง กับข่าว พปช.ตั้งรัฐบาล เบื่อ... พี่ฮอลล์ก็หมุนเปลี่ยนคลื่นไป ขับรถเรื่อยทางฝั่งธน พี่ฮอลล์ก็จอดรถแวะซื้อ ลูกชิ้น เอ็นหมู ของอร่อยที่ไม่มีแป้งผสม เพราะซื้อไปวันจันทร์ที่แล้ว ดร.นรินทร์ทานซะเรียบ (ขนาดบอกว่ ผมคงทานไม่เยอะนะ) ส่วนสัปดาห์ก่อน ดร.นริทนทร์ วางฟอร์มสงวนท่าทีรักษามารยาทไม่ทานเลย .... ที่จอดรถริมถนนจอดยาก พี่ฮอลล์เลยวานนายบอนลงไปซื้อมา 50 บาท แหม... ลงไปซื้อที่รถเข็น กำลังปิ้งกันสดๆ หอมหวน แต่นายบอนพึ่งกินข้าวมันไก่ตอนซะอิ่ม จุกเลย ได้แต่มองลูกชิ้นร้อนๆในถึงตาละห้อย....


พี่ฮอลล์ขับรถมาใกล้ สถานี ASTV ก็หมุนฟังคลื่นวิทยุที่คุณต่อพงษ์ เศวตามกำลังจัดรายการสดกับคุณไก่ ทั้งด่า กระทบกระเทียบ แซวการเมืองแบบหลุดโลกฮาแตกฮาแตน พี่ฮอลล์เปิดฟังบ่อยๆยังขำกระจาย ตอนที่พี่ฮอลล์เจอคุณไก่ ผู้จัดรายการ คุณไก่บอก สั่งห้ามไม่ให้ลูกหลานเปิดฟังเด็ดขาด


หลังจากซื้อลูกชิ้น นายบอนก็ถือถุง เอาหูหิ้วสอดใส่นิ้วมือ แล้วกำเงินทอน 50 บาท ถือชูขึ้นในระดับไหล่พี่ฮอลล์ จนรถติดไฟแดง พี่ฮอลล์คงรำคาญสายตา ไม่รู้มันจะชูเงินทอนอะไรขนาดนั้น ....เลยรีบเก็บเงินทอนใส่กระเป๋า พอเข้ามาถึง สถานี ASTV ถอยรถเข้าจอดในช่องจอด นายบอนก็ถือถุงลูกชิ้นแบบกวนสายตาพี่ฮอลล์อีกรึเปล่า เอานิ้วมือสอดใส่หูหิ้วถุง ยกชูขึ้นข้างหน้าระดับราวนม พี่ฮอลล์คงเห็นถือถุงแบบแปลกๆ เลยรีบบอด เดี๋ยวจะถือขึ้นไปเอง พอส่งถุงลูกชิ้นใส่มือพี่ฮอลล์ อ๊ะๆๆๆ ถุงลูกชิ้นหล่นลงพื้น ดีที่ลูกชิ้นไม่ไหลออกจากถุงเลย



บ๊ะ..... ขนาดเอื้อมมือมาหยิบถุง พี่ฮอลล์ยังหยิบพลาด จนหลุดมือ สงสัยจะนอนไม่เต็มตื่นจนกะระยะสายตา หยิบพลาดจนได้ ท่าทางจะทำงานหนักเกินไปซะแล้วมั้งพี่.....


พอขึ้นไปบนชั้น 2 จะเข้าไปยังห้องข้างใน ต้องรูดบัตรพนักงานให้ประตูเปิด พี่ฮอลล์ต้องเคาะกระจกให้คนอยู่ข้างในมาเปิดให้ .... พี่ฮอลล์ไม่มีบัตรพนักงานซะงั้น ไม่น่าเชื่อเล้ย มาจัดรายการที่นี่ตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีบัตร.... พี่ปุ้ยยังมีบัตรเลย สงสัยพี่ฮอลล์จะขี้เกียจพกบัตร ใช้มือแทนบัตร เคาะเรียกแม่บ้านให้มาเปิดให้... หรือกลัวว่าจะไม่มีใครรู้ว่า พี่ฮอลล์มาถึงแล้วจ้า!!!


พี่ฮอลล์เข้ามาถึงห้องทำผม นายบอนก็มานั่งอ่านผู้จัดการรายวันอยู่โซฟาข้างนอก จนพี่ปุ้ยเดินออกมาเข้าห้องน้ำ เลยบอกให้นายบอนไปแต่งหน้าทาแป้งทำผม.. วันนี้ เห็นช่างผมมืออาชีพ ออกแบบทรงผมสะดุดตาโดนใจ ขนาดพี่ปุ้ยยังแอบเม้าว่า เค้าทำผมให้ อ.ปานเทพ พัวพงศ์พันทรมผมชี้ขึ้นนิดๆ กระชากใจแม่ยกอีกแล้ว ..... ช่างแต่งหน้าคนแรกทารองพื้น ทาลิปติกให้นายบอน ช่างผมมืออาชืมองเห็นแล้วขัดตา บอกว่า ทรงผมเรียบร้อยเกินไป เลยหยิบสเปรย์มาฉีกจัดแต่งทรงผม หวีอีกนิด ให้ดูเข้าท่าขึ้น


พี่ปุ้ยก็กระซิบถามอีกครั้งว่า ง่วงมั้ย ยิ่งดึกยิ่งง่วงครับ ง่วงๆก็นึกคำพูดอะไรไม่ออก


ทีวีในห้องทำผม เปิดดูช่อง 3 ดูละคร จำเลยรัก แต่ละคนก็เม้ากันไป นึกถึงจำเลยรักเวอร์ชั่นเก่าๆ ใครเป็นพระเอก นางเอก เล่นเป็นยังไง ส่วนอั้ม พระเอกคนล่าสุด พี่ปุ้ยสงสัย ทำไมถึงใส่ตุ้มหูล่ะ ฉากในละคร สถานที่ พื้นของบ้านดูมันเลื่อม ดูหรูจัง แล้วยังจับผิด พระเอกทำเสียงเก๊ก แอ๊บแมน....พอละครจบ รายการต่อไป คือ จับเข่าคุย พอเห็นหน้าพิธีกรโม้ข่าว เอ๊ย กรรมกรข่าว พี่ปุ้ยรีบคว้ารีโมทเปลี่ยนช่องทันที ... ขอดูรายการอื่นเถอะนะ.....


ใกล้ 5 ทุ่ม ดร.นรินทร์โผล่เข้ามา ก็แจกซองผ้าป่า เอ๊ย ซองเอกสารเชิญเข้าร่วมกิจกรรมของ มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก บราห์มา กุมารี แล้วช่างผมก็จับ ดร.นรินทร์ทำทรงผมวัยรุ่น นายบอนมองดูแล้วชักขำขำ หมู่นี้ พี่ฮอลล์กระชากวัยคนเดียวไม่พอ ดร.นรินทร์ก็ร่วมกระชากวัยลดอายุด้วยอีกคน...


และแล้วก็มี surprise มีของฝากจากแฟนรายการเข้ามายังห้องแต่งตัว ทั้งขนมจากคุณอี้ คิตตี้น้อยสีชมพู แฟนพันธุ์แท้ของรายการที่โทรเข้ามาทักทายในรายการอยู่บ่อยๆ และยังมีตุ้มหูสวยๆจากคุณป้าที่ใช้นามสกุลดัง ถ้าได้ยินแล้วต้องนึกถึงบุคคลสำคัญท่านหนึ่งทันที พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์รีบถอดตุ้มหูที่ใส่อยู่และใส่ตุ้มหูคู่ใหม่ทันที พร้อมทั้งกดโทรศัพท์ไปขอบคุณ แล้วโชว์ตุ้มหูคู่ใหม่ตอนเปิดรายการ แล้วหยิบถุงขนมของฝากจากคุณอี้ขึ้นโชว์ พร้อมขอบคุณผ่านหน้าจอ เพื่อเป็นหลักฐานว่า ถึงมือแล้วค่ะ ส่วน ดร.นรินทร์ กำลังหม่ำอย่างเอร็ดอร่อย






พี่ปุ้ยบอกว่า เนี่ย รายการช่องฟรีทีวีไม่มีแบบนี้เลยนะ ที่จะมีแฟนรายการส่งน้ำใจ + จ.ม.+ ของขวัญ + สิ่งของมาให้ แถมยังมีแฟนรายการช่วยคิดประเด็น และหาแขกรับเชิญให้อีก มีที่นี่ทีเดียว!!!


ช่วงเม้าท์ข่าว 2 พิธีกรก็คุยกันไป นายบอนไปนั่งอยู่ใกล้ๆ ดร.นรินทร์ ท่านก็ชวนให้ลองชิมขนมจากคุณอี้ แต่นายบอนอิ่มข้าวมันไก่ตอนเสียแล้ว เลยได้แต่กินทางสายตา....


แป๊บเดียวก้เข้าสู่ช่วง talk ทีมงานก็ยกเก้าอี้โซฟายาวเข้าไปเสริม ให้ ดร.นรินทร์กะนายบอนเข้าไปนั่ง ดร.นรินทร์นั้งตรงขอบๆที่เบาะยกนูนขึ้นมา ดร.นรินทร์เลยดูตัวสูงกว่าใคร ท่านบอกให้นายบอนยืดตัวขึ้นหน่อย โอ๊ย ไม่ไหวครับ เบาะนุ่มมาก อยากจะเอนหลังนอนอยู่หลายครั้ง




จากช่วง VTR มาจนถึงแนะนำแขกรับเชิญ เริ่มต้นคุย แลกเปลี่ยนความรู้สึกของพิธีกร + วิทยากร + แขกรับเชิญทุกคน คิดว่า วันเวลามีผลต่อความรักความสัมพันธ์อย่างไร นายบอนก็ตอบสั้นๆ เพราะเริ่มง่วงครับ แต่อีก 3 ท่านตอบอย่างหวานซึ้งทีเดียว แล้วก็พูดเปิดประเด็นให้ว่า นายบอนมีคำถามเกี่ยวกับชีวิตคู่มาถาม


คำถามแรกนายบอนนำเรื่องราวของคู่สามี-ภรรยาที่เป็นแฟนกันมา 8 ปีแล้ว แต่งงานมาด้วยกันมา 3 ปี จนรู้สึกว่าความรักจืดจางลง ถามไปไม่เท่าไหร่ ดร.นรินทร์ตอบสวนมาทันที แถมยังตอบได้ครอบคลุมประเด็นอย่างมาก นายบอนเหลือบดู 2-3 คำถามที่เตรียมไว้ แต่คำตอบของ ดร.นรินทร์ตอบได้ครอบคลุม จนนายบอนไม่รู้จะถามอะไรเหมือนกัน


พี่ฮอลล์ และ ดร.นรินทร์บอกว่าไม่ต้องเตรียมมาเยอะ เพราะคุยกันแป๊บเดียวก็จะถึงช่วงพักกันแล้ว แต่นายบอนว่า เตรียมประเด็นมาน้อยเกินไป เพราะบางคำถามประเด็นใกล้เคียงกัน


ช่วงบ่ายแก่ๆวันอังคารที่ 22 ม.ค. เพื่อน 3 คนโทรมาหานายบอนชื่นชม ดร.นรินทร์ที่ตอบได้ตรงประเด็นมากๆ แม้ว่านายบอนจะยังไม่ได้หยิบคำถามที่เพื่อนทั้ง 3 คนให้สอบถามในรายการ แต่คำแนะนำของ ดร.นรินทร์ได้อธิบายขยายความตอบข้อสงสัยของเพื่อนทั้ง 3 คนแล้ว


คำแนะนำของ ดร.นรินทร์ที่ว่า หากคู่สามี ภรรยาที่มีปัญหากันแล้ว กระทบกระทั้งกัน ทะเลาะกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่อยากรักษาความรักให้ยั่งยืน แต่ก็ทะเลาะกันทุกครั้ง ดร.นรินทร์ได้แนะนำว่าไปปรึกษานักจิตวิทยาซึ่งในแต่ละจังหวัดสามารถติดต่อขอ คำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลในแต่ละจังหวัดได้เลย ซึ่งช่วงบ่ายวันที่ 22 ม.ค.มีเพื่อนโทรมาสอบถามเบอร์โทรของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นายบอนเลยต้องเปิดหาในสมุดโทรศัพท์ให้


ได้รับรู้ผลตอบรับจากรายการในคืนที่ผ่านมาแล้ว ถือว่า เนื้อหาสาระในรายการ only the lonely ได้ให้คำแนะนำชี้ทางสว่างให้ผู้ชมกลุ่มหนึ่ง ให้มองเห็นแนวทางในการรักษาความรักความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ที่เกิดปัญหา รวมทั้งให้คู่ชีวิตได้รู้จัก มองเห็นพฤติกรรมของตัวเองมากขึ้น


คงต้องขอแผ่น CD บันทึกรายการของวันจันทร์ที่ 21 ม.ค.อีกครั้งละครับ จะได้สำเนาแจกจ่ายให้อีกหลายคน คงได้แฟนรายการเพิ่มขึ้นอีกก็คราวนี้แหละ



พี่ฮอลล์บอกว่า นายบอนมาช่วยรายการ Only the lonely หลายๆเรื่อง ไม่ได้อะไรตอบแทนเล้ย.. แหม ความจริงก็ด้อะไรเหมือนกันนาครับ ก่อนกลับ พี่ปุ้ยให้กล่องขนมเป็นของฝากไว้ทานตอนดึกๆ ซึ่งนายบอนมักจะหาอะไรทานรองท้องเมื่อเดินทางถึงโคราชในตอนตี 5 อยู่เสมอ




ในช่วงสุดท้ายของรายการ เอา VCD เพลงลูกทุ่งที่เลือกมาให้เปิดในรายการ ซึ่งนายบอนตั้งใจให้เป็นสีสันยามดึกของรายการ ให้ผู้ชมได้เห็นภาพดีๆ อบอุ่นก่อนเข้านอนบ้าง เลยเลือก MV เพลง รักแฟนพ่อ ของเสถียร ทำมือมาเปิดในรายการ




เชิญคลิกชมและฟัง MV แบบเต็มๆ ทั้งเพลง เนื้อเพลง


ความจริงแล้ว เตรียมไว้ 2 เพลง แต่เวลามีจำกัด จึงเปิดได้เพลงเดียว แถมเปิดเพียงครึ่งเพลงเท่านั้น คุณสาธิตาแฟนประจำของรายการโทรเข้ามา บอกขอบคุณที่เอาดเพลงเพราะๆ MV อบอุ่นมาให้ชม เพลงนี้ พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์บอกว่า พึ่งเคยเห็นครั้งแรก เห็นนักแสดงใน MV แล้วก็พากันยิ้ม บอกว่าหน้าเหมือนใครคนหนึ่ง


เดี๋ยวนายบอนคงต้องหา MV สวยๆให้ความรู้สึกที่ดีๆก่อนเข้านอนไปเปิดในรายการในโอกาสต่อๆไป ซึ่งในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ก็เตรียม MV สวยๆ ในเวลา 1 นาที ไปให้ชมแล้วล่ะครับ เป็นภาพบรรยากาศสงบร่มรื่นของชีวิตชนบท และใส่เพลงบรรเลงดนตรีโปงลางเพราะๆให้ได้สัมผัสกลิ่นอายและรอยยิ้มของชาวอีส าน....


พอจบรายการ ดร.นรินทร์บอกว่า จะขอไปส่งนายบอนที่หมอชิต ดีเลยครับ พี่ฮอลล์จะได้รีบกลับไปนอนไวๆ แต่เท่าที่เคยเปิดดู mblog เห็นพี่ฮอลล์เข้ามา comment ตอนตี 1 ตี 2 อยู่หลายครั้ง


นั่งรถกลับมากับ ดร.นรินทร์ ท่านชวนคุย ถามเอาถามเอา นายบอนก็เลยขอปรึกษาหลายเรื่องซะเลย ท่านก็ให้คำแนะนำมากมาย ซักถามและตอบอย่างฉับไว จนรู้สึกว่า เหมือนได้นั่งคุยกัยเป็นชั่วโมงเลยทั้งๆที่ ดร.นรินทร์ขับรถเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น สมแล้วครับที่เป็นนักจิตวิทยามืออาชีพของมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ ไม่รู้เหมือนกันว่า นายบอนจะมีโอกาสที่จะได้เข้า กทม.ในวันจันทร์แบบนี้อีกเปล่า เพราะส่วนใหญ่ นายบอนจะเข้า กทม.ในศุกร์เป็นส่วนใหญ่...... หากได้เข้ามาในวันจันทร์อีก ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ คงจะรวบรวมประเด็นคำถามปัญหาชีวิตมาเป็นแขกซักถาม อยากจะยิงคำถามให้ ดร.นรินทร์ตอบตรงประเด็นเหมือนที่นั่งคุยในรถจังเลย...


ถือว่า เป็นโอกาสดีๆอีกวันหนึ่งในชีวิต เหมือนทุกๆครั้งที่มีโอกาสแวะมาที่รายการ Only the lonely แบบสดๆ


คุยกันในรถแป๊บเดียว รู้สึกว่า ได้ประเด็นเยอะ หลากหลายกว่าที่คุยในรายการซะอีก

ตอนอัดรายการช่วงเบรกโฆษณา ดร.นรินทร์กันมาถามนายบอนว่า "อยากให้ผมเล่าขำขันจริงหรือ? "

โอ๊ย เล่าเถอะครับ ขนาดพูดให้คำแนะนำหรือแซวในรายการ หลายจังหวะเรียกรอยยิ้มยามดึกได้หลายครั้ง ถ้าพูดขำขันทุกสัปดาห์ ยิ่งจะทำให้ผู้ชมอมยิ้ม จนถึงขั้นปล่อยก๊าก อารมณ์ดีก่อนเข้านอน ได้กุศลอีกด้วยนะครับ








23 มกราคม 2551 เวลา : 10:21:00



ความคิดเห็นที่ 1
ค ืนนั้น หนุ่มคนหนึ่งเขาดูรายการอยู่ พอเจอกันเขาถามว่า ทำไมคืนนี้คุณพูดช้าจังเลย...จึงตอบว่า ก็เกรงว่านายบอนจะพูดไม่ทัน เพราะ ดร.ปุ้ยก็พูดเร็ว ดร.นรินทร์ก็พูดเร็ว และเนื้อหาเยอะ เห็นนายบอนพูดช้า มาก ซึ่งไม่แน่ใจว่าง่วง หรือ ไม่ชินกล้อง ถ้าพี่พูดเร็วอีกคน นายบอนคงไม่มีโอกาสแทรกแน่ๆ ... แต่ก็ต้องขอขอบคุณสำหรับการใส่ใจชมรายการ นำมาขยายต่อในบล็อก และช่วยคิดประเด็น นะคะ...เป็นแฟนรายการที่น่าทึ่งมากๆ คนหนึ่งเชียวค่ะ
โดย พี่ฮอลล์ เมื่อ 23 มกราคม 2551 เวลา : 12:41

ความคิดเห็นที่ 2
ง่วงและเหนื่อยด้วยครับ เพราะตะลุยมาทั้งวัน ดีนะครับ ไม่เอนหลังนอนหลับโชว์กลางรายการเลย :)))))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 23 มกราคม 2551 เวลา : 14:31

ความคิดเห็นที่ 3
หายไปหลายวันเลย ที่แท้มาทัวร์นี่เอง :)
โดย xanax เมื่อ 23 มกราคม 2551 เวลา : 15:04

ความคิดเห็นที่ 4
อิอิ แล้วเจอกันวันศุกร์ค่ะ
โดย พี่ปุ้ย/บางมด เมื่อ 23 มกราคม 2551 เวลา : 15:29

ความคิดเห็นที่ 5
รายงานละเอียดดีมากน้องบอน ขอบคุณคับ
โดย nataya เมื่อ 23 มกราคม 2551 เวลา : 15:54

ความคิดเห็นที่ 6
...;-))))))))) ค่ะพี่ชาย
โดย tomorrow เมื่อ 23 มกราคม 2551 เวลา : 20:03

Read More......

Monday, January 21, 2008

สคริปท์สมบูรณ์วันจันทร์ 21 มค.51

....

สคริปท์สมบูรณ์วันจันทร์ 21 มค.51
....

Only The Lonely

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2551

---------------เปิดรายการ---------------

* ไตเติ้ลรายการ
* พิธีกรทักทายผู้ชมทางบ้าน

สวัสดีค่ะ พบกับรายการ Only The Lonely ทุกคืน ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนครึ่ง จันทร์ - ศุกร์ ที่สถานีโทรทัศน์ ASTV 3 แฮปปี้ วาไรตี้ แชนนัล

พบกับพวกเรา ดิฉัน จรินยา ศักดิ์ศิริ ค่ะ

กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ ค่ะ

เราจะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์พูดคุยกัน ในเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัย พร้อมกับรับสายสดจากทางบ้าน ในช่วง Lonely Talk

วันนี้เป็นวันจันทร์ ซึ่งเรามีแขกรับเชิญประจำ คือ ดร.นรินทร์ กรินชัย นักจิตวิทยามืออาชีพจากมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ และพิเศษสำหรับวันนี้เรามีหนึ่งในแฟนพันธุ์แท้รายการเรามานั่งเป็นแขกรับเชิ ญและร่วมพูดคุยสนทนากับเราอีก 1 คน คือ นายบอน กาฬสินธุ์/คุณอาษา อาษาไชย

ซึ่งช่วง โลนลี่ ทอล์ค เราจะสนทนากับแขกรับเชิญในค่ำคืนนี้ของเรากันในหัวข้อ “ วันเวลากับการรักษาความรัก ความสัมพันธ์ ”

ส่วน VTR เราก็ไปสอบถามนานานาทัศนะในหัวข้อนี้เช่นเดียวกันค่ะว่า

“ คุณคิดว่าวันเวลามีผลต่อความรัก ความสัมพันธ์ของคุณหรือไม่ อย่างไร ”

พิเศษสุด แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ผมจากสหรัฐอเมริกา แบรนด์ BEDHEAD ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมสำหรับคนรุ่นใหม่ วัยมันส์บังคับทิศทางเส้นผมได้ตามใจปรารถนา หาซื้อได้ที่ห้างเซ็นทรัล แผนกเครื่องประดับตกแต่งสตรีทุกสาขา และแบรนด์ CATWALK ผลิตภัณฑ์ผมสำหรับหนุ่มสาวแฟชั่นทันสมัย เบาสะอาด จัดแต่งทรงผมได้ในพริบตา หาซื้อได้ที่ ร้านบูท ทุกสาขา

มอบ กิฟท์ เวาเชอร์ มูลค่า 200 บาท สำหรับไปสระซอยผม และมูลค่า 500 บาท สำหรับไปดัดยืดทำสีผม ให้กับคุณผู้ชม Only the Lonely ที่โทรเข้ามา เลือกได้ตามใจเลยค่ะ....

(หมายเหตุ... ราคาสระซอยผม 300 บาท คนได้รางวัลจะเสียเงินแค่ 100 บาท / ส่วน ดัดยืดทำสีผม เขาคิดราคา 1,000 – 2,000 ตามสภาพผมความยาว ความหนา ก็จะได้ลด 500 บาทค่ะ...)

ตอนนี้ขอไปจับเข่าเมาท์ข่าวค่ะ

ข่าวที่ 1/ช่วยกันอ่าน

ปี 50หย่าร้างพุ่ง เขตบางกะปิแชมป์

จาก นสพ.เดลินิวส์

นายยศศักดิ์ คงมาก ผอ.สำนักงานปกครองและทะเบียน เปิดเผยว่า จากการจัดทำสถิติผู้มาขอรับบริการที่ฝ่ายทะเบียนของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ประจำปี 50 ที่ผ่านมา พบว่า

ม ีประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสถิติการหย่าร้างสูงขึ้น โดยมีคู่สมรสเดินทางมาจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตรวม 23,929 ราย ซึ่งสูงกว่าในปี 49 ที่ผ่านมา โดยมีคู่สมรสเดินทางมาจดทะเบียนหย่าเพียง 15,332 รายเท่านั้น ทั้งนี้ สำหรับเขตที่มีคู่สมรสเดินทางมาจดทะเบียนหย่ามากที่สุด คือ เขตบางกะปิ จำนวน 1,284 ราย รองลงมา คือ เขตบางขุนเทียน จำนวน 1,257 ราย เขตสายไหม จำนวน 969 ราย เขตจตุจักร จำนวน 946 ราย และเขตบางเขน จำนวน 878 ราย โดยมีเขตสัมพันธวงศ์เป็นเขตที่มีคู่สมรสเดินทางมาจดทะเบียนหย่าน้อยที่สุดเพ ียง 65 รายเท่านั้น
----------------------------------------------------------------------------------------------------
นายประเสริฐ ทองนุ่น ผอ.เขตบางกะปิ กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจเดินทางมาจดทะเบียนหย่ากันนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เมื่อตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว กลับมีทัศนคติที่ไม่ตรงกันในภายหลัง และไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ นอกจากนี้อาจเกิดจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีค่าครองชีพสูงขึ้น รวมทั้งอาจเกิดจากปัญหาบุคคลที่สามที่เข้ามาพัวพันจนทำให้ชีวิตคู่เกิดปัญหา และจบลงที่การหย่าร้างในที่สุด.

จาก Link

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=152177&NewsType=1&Template=1

-----------------------

ข่าวที่ 2/ช่วยกันอ่าน

10 พฤติกรรมยอดแย่ของหญิงที่ชายไม่ปลื้ม

จาก นิตยสารคู่สร้างคู่สม

ความคิดของผู้ชาย เป็นเรื่องยากนักที่ผู้หญิงจะเข้าใจได้หมด โดยเฉพาะเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน...บ่อยครั้งที่ผู้หญิงเดาใจ เขาไม่ถูก หรือตีความผิดไป ซึ่งจะส่งผลเสียต่อฝ่ายหญิงได้ คุณผู้หญิงคงเคยสงสัยว่า ทำไมตอนที่เขาจีบเราใหม่ๆ นั้น เขาช่างขยันตามตื๊อ ติดหนึบ เช้าถึงเย็นถึง จนเราใจอ่อน หลงกลและหลวมตัว ยอมคบหาเป็นกิ๊ก เป็นแฟน จนกระทั่งเป็นมากกว่าแฟน แต่พอเวลาผ่านไปได้ไม่เท่าไร... หลังจากเราติดกับดักเขาแล้ว เขาก็กลับทำท่าทีเบื่อ เซ็ง เฉยชา ไม่สนใจเรา และทำตัวห่างเหินเอาดื้อๆ แบบนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา หรือกับเรา??

คุณเจนนิเฟอร์ แอนเดอร์สัน ซึ่งเป็นนักเขียนสาวฝรั่งคนหนึ่ง ก็เคยพบกับปัญหาเรื่องดังกล่าว และรวบรวมประสบการณ์ไว้ดังนี้ค่ะ

ข้อที่ 1

ชอบพูดแต่คำว่า “โอเค..ดีค่ะ..ได้ค่ะ”

จงลบคำว่า “ค่ะ” “ได้ค่ะ” ออกไปจากสารบบของคุณให้จงได้

เ พราะคำว่า “ไม่” “ไม่ได้” มันทำให้ผู้ชายรู้สึกตื่นเต้นและมีแรงจูงใจที่จะอยู่ใกล้คุณต่อไป ยิ่งคุณเซย์โนมากเท่าไร เขาก็จะยิ่งฮึดมากขึ้นเท่านั้น คราวหน้าถ้าเขาบอกว่า “เลิกงานแล้วเจอกันนะ “ไปดูหนัง กันไหม” คุณต้องเซย์โน ปฏิเสธไปก่อน ไม่ใช่อะไรก็ “เยส..เยส.. ได้ค่ะ ดีค่ะ” ทุกครั้ง จนทำให้เขารู้สึกว่าเราง่าย และพาลเบื่อเราไปเสียก่อน แต่ก็ อย่าลืมว่า ถ้าคุณตอบเขาว่า “ไม่ได้ค่ะ” พร่ำเพรื่อเกินไป ก็ส่งผลร้ายต่อคุณมากพอๆ กับ “ได้ค่ะ” เหมือนกัน

ข้อที่ 2

ชอบนึกว่าผู้ชายโง่ และ บื้อ

ผู้หญิงมักจะคิดว่าผู้ชายนั้นซื่อหรือหน่อมแน้ม ไม่ทันเรา ความคิดนี้ ผิดถนัด เพราะผู้ชายน่ะเขามีเครื่องจับ-โกหกติดไว้ที่สมองของเขาเลย พวกเขา จับโกหกได้เก่งแบบที่คุณนึกไม่ถึงเลยล่ะ คุณลองโกหกเพียงแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ดูสิ เขาก็จะระแวงคุณขึ้นมาทันที และถ้าคุณโกหกเรื่องใหญ่ๆ ล่ะก็ เขาจะไม่ไว้ใจคุณไปตลอดชีวิตทีเดียว

ข้อที่ 3

ยอมทิ้งหนุ่มอื่นมาหาเขา

ห้ามทิ้งหนุ่มคนเก่าแล้วไปหาหนุ่ม คนใหม่ เพียงเพราะคิดว่าเขาจะปลื้มและแฮปปี้ยินดีปรีดาไปด้วย ผู้ชายทุกคน คิดเหมือนกันว่า ถ้าคุณทิ้งหนุ่มคนก่อน เพื่อมาหาเขาได้ ในอนาคต...คุณก็คงจะทิ้งเขาไปหาหนุ่มคนใหม่อีก เพราะฉะนั้นเขาก็จะรีบตัดหน้าทิ้งคุณไปในเวลาอันรวดเร็ว ก่อนที่คุณจะทิ้งเขาไป

ข้อที่ 4

ใกล้ชิดแนบแน่นเร็วเกินไป

ต้องหักห้ามใจเอาไว้อย่าได้ไปใกล้ชิด ถึงเนื้อถึงตัวเขาเร็วเกินไป

ห รือบ่อยเกินไป ผู้ชายน่ะไม่เข้าใจหรอกว่าผู้หญิงชอบความใกล้ชิด อบอุ่น การสัมผัสการแสดงออกที่บอกถึงความรักและความเอาใจใส่ที่มีต่อกันถ้าคุณส่งสั ญญาณเหล่านี้เร็วเกินไปหรือมากเกินไปพวกเขาก็จะแปลความหมายของคุณไปในทางลบอ ย่างที่คุณคาดไม่ถึง คือ เขาจะคิดว่า คุณ “ง่าย” เกินไป เพราะฉะนั้น คุณผู้หญิงควรจะรักษาระยะห่างกับชายหนุ่ม คนใหม่บ้าง ระยะห่างนี้อาจจะกินเวลา 10 ชั่วโมง หรือ 10 วัน หรือ 10 อาทิตย์ หรือ 10 เดือน ก็แล้วแต่กรณี

ข้อที่ 5

ไม่เก็บอาการปลื้มไว้บ้าง

ความกระตือรือล้นมากเกินไปก็ส่งผลร้ายได้ ขอให้เก็บอาการไว้สักนิด เวลาเจอกันก็อย่าไปทำเสียงสั่นด้วยความยินดี นัยน์ตาเป็นประกาย หัวใจเต้นแรง ยิ้มให้เขาหวานหยดจนเกินไป ผู้ชายชอบความท้าทาย ชอบอะไรที่ยากๆ พวกเขาไม่ชอบหมูในอวยเท่าไรนัก เพราะฉะนั้น คุณควรจะทำตัวให้สวย เริ่ด เชิด หยิ่ง เอาไว้บ้าง

ข้อที่ 6

ความเสแสร้ง

ขึ้นชื่อผู้ชาย...ไม่ว่าจะเป็น รุ่นไหน วัยไหน ก็จะทนความเสแสร้งไม่ได้ คุณ-ผู้หญิงต้องรู้จักวางตัวให้พอเหมาะพอดี ไม่มากไปไม่น้อยเกินไป อย่าทำตัวให้ เขาคิดว่าคุณเป็นสาวมั่น, โอเว่อร์หรือ ปรุงแต่งเสียจนเกินงาม ในขณะเดียวกัน คุณก็ต้องไม่ใช่คนที่ว่าง่ายหรือเงอะงะ จนเกินเหตุ

ข้อที่ 7

ทำตัวน่ารำคาญ

ห้ามกัด จุกจิก กวนใจ สร้างความรำคาญ คอยตามล่า หลอกหลอน หรือไปสะกดรอยตามผู้ชายมากนัก ควรทิ้งช่องว่างให้เขาได้คิดถึงคุณ ให้เวลาเขาได้แสดงความรักออกมาเอง ผู้ชายจะไม่ชอบผู้หญิงที่จู้จี้จุกจิก หรือออดอ้อนจนเกิน-เหตุ

ข้อที่ 8

เกาะติดเป็นเงาตามตัว

ผู้ชายไม่ชอบให้ผู้หญิงเกาะติดเป็นเงาตามตัวเขา เพราะเงาของคุณอาจจะทำให้เขาอยากวิ่งหนี หรือหัวใจวายได้ การโทรศัพท์จิกเขาตั้งแต่ตื่นนอน ตอนเดินทางไปทำงาน โทรทั้งเช้า สาย บ่าย ค่ำ เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง การโผล่ไปหาเขาถึงบ้านบ่อยๆ ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ อย่าทำตัวแบบประกบติดเขาทั้งในรถ ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือไปยุ่งกับชีวิตเขามากเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ เขารู้สึกว่า คุณมีค่าเป็นเพียง “สิ่งของ” ของเขาเท่านั้น

ข้อที่ 9

ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเข้าของ

เมื่อไรที่คุณเกิดอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขา เกิดอาการหึงหวงหรืออยากรู้-อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของเขามากเกินไป จงท่องให้ขึ้นใจ จำไว้ให้ดีว่า “ตอนนี้เขายังไม่ใช่แฟนเรา” อย่าลืมว่าทั้งเขาและคุณ ยังเป็นอิสระต่อกัน ยังไม่ได้มีอะไรติดค้างต่อกัน เมื่อคิดได้อย่างนี้ คุณก็จะมีอาการดีขึ้น ไม่รู้สึกหึงหวง จนหน้ามืดตาลาย

ข้อที่ 10

หวังตกถังข้าวสาร

อย่าวัตถุนิยมมากเกินไป ผู้ชายส่วนมากไม่ชอบผู้หญิงที่รักเขาเพราะเขามีเพียง รถหรู คฤหาสน์หลังโต หรือมีเงินล้นฟ้า อย่าเห็นเขาเป็นถังข้าวสาร ถ้าเขาจับได้ว่าคุณเข้าหาเขา เพียงเพราะของนอกกาย ไม่ใช่เพราะตัวตนของเขา ล่ะก็ เขาจะเล่นงานคุณกลับอย่างสาสมแน่ๆ

นี่แหละ “10 พฤติกรรมแย่ๆ” ที่ผู้หญิงควรจะหลีกเลี่ยง ถ้าไม่อยากให้ชายหนีตีจากไป

............................................

ช่วงที่ 2

ประเด็น

หัวข้อ “ วันเวลากับการรักษาความรัก ความสัมพันธ์ ”

- เข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการ โทร เข้ามาซักถามนะคะ คุณอาจเป็นผู้โชคดีได้รับของพิเศษสุด แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ผมจากสหรัฐอเมริกา แบรนด์ BEDHEAD ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมสำหรับคนรุ่นใหม่ วัยมันส์บังคับทิศทางเส้นผมได้ตามใจปรารถนา หาซื้อได้ที่ห้างเซ็นทรัล แผนกเครื่องประดับตกแต่งสตรีทุกสาขา และแบรนด์ CATWALK ผลิตภัณฑ์ผมสำหรับหนุ่มสาวแฟชั่นทันสมัย เบาสะอาด จัดแต่งทรงผมได้ในพริบตา หาซื้อได้ที่ ร้านบูท ทุกสาขา

มอบ กิฟท์ เวาเชอร์ มูลค่า 200 บาท สำหรับไปสระซอยผม และมูลค่า 500 บาท สำหรับไปดัดยืดทำสีผม ให้กับคุณผู้ชม Only the Lonely ที่โทรเข้ามา เลือกได้ตามใจเลยค่ะ....

พบกับ VTR หัวข้อ “ คุณคิดว่าวันเวลามีผลต่อความรัก ความสัมพันธ์ ของคุณหรือไม่ อย่างไร ”

สรุปประเด็นใน VTR

วันนี้เช่นเดียวกับทุกวันจันทร์ Only the Lonely ยินดีต้อนรับแขกรับเชิญ คือ

ดร.นรินทร์ กรินชัย นักจิตวิทยามืออาชีพจากมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ และนายบอน กาฬสินธุ์/คุณอาษา อาษาไชย หนึ่งในแฟนพันธุ์แท้รายการOnly the Lonely สวัสดีค่ะ

* แ ลกเปลี่ยนความรู้สึกของผู้ดำเนินรายการ-วิทยากร-แ ขกรับเชิญว่าแต่ละคน คิดว่าวันเวลามีผลต่อความรัก ความสัมพันธ์ ของคุณหรือไม่ อย่างไร
* นายบอนมีคำถามเกี่ยวกับชีวิตคู่เก็บมาถามดร.นรินทร์และพี่ ๆ 2 คน หลายข้อ วันนี้เปิดให้ถามได้เต็มที่ เริ่มคำถามแรกได้เลยค่ะ
* ท ำไมชีวิตคู่เมื่อมาอยู่ด้วยกันแล้ว แทนที่จะยิ่งรู้สึกอบอุ่นมั่นคง แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งนานวันอีกฝ่ายเกิดความรู้สึกหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจกัน
* เมื่อมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจเช่น การใช้เงิน การทำธุรกรรม แทนที่จะคุยกันดี ๆ กลับต้องทะเลาะ และบางครั้งรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย
* ใ นการใช้ชีวิตคู่เมื่อมีปัญหา ทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็อาจเคือง งอน มีทิฐิ ทำอย่างไรจึงให้อภัยกัน ไม่เคือง ไม่งอนง่าย โดยเฉพาะจากคนที่มีปัญหาชีวิตคู่ในอดีตมาก่อน (เช่น อีกฝ่ายเคยผ่านการสมรส หรือใช้ชีวิตคู่กับคนอื่นมาก่อน เมื่อมาอยู่กับคนใหม่ก็กลัวว่าจะเจอประเภทท ี่แย่แบบเดิม เลยตั้งป้อม จับผิด และทะเลาะกันง่าย)
* รับสายสด
* ช่วงหน้าเราจะมาคุยเรื่องวันเวลากับการรักษาความสัมพันธ์กันต่อ

ช่วงที่ 3

ประเด็น

หัวข้อ “ วันเวลากับการรักษาความรัก ความสัมพันธ์ ”

- กลับเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของรายการ เรายังอยู่กับแขกรับเชิญของเรา คือ

ดร.นรินทร์ กรินชัย นักจิตวิทยามืออาชีพจากมูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์

โทร เข้ามาพูดคุยนะคะ คุณอาจเป็นผู้โชคดีได้รับของรางวัลจาก

พิเศษสุด แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ผมจากสหรัฐอเมริกา แบรนด์ BEDHEAD ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมสำหรับคนรุ่นใหม่ วัยมันส์บังคับทิศทางเส้นผมได้ตามใจปรารถนา หาซื้อได้ที่ห้างเซ็นทรัล แผนกเครื่องประดับตกแต่งสตรีทุกสาขา และแบรนด์ CATWALK ผลิตภัณฑ์ผมสำหรับหนุ่มสาวแฟชั่นทันสมัย เบาสะอาด จัดแต่งทรงผมได้ในพริบตา หาซื้อได้ที่ ร้านบูท ทุกสาขา

พร้อมกันนี้ แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ ลาดพร้าว 101 มอบ กิฟท์ เวาเชอร์ มูลค่า 200 บาท สำหรับไปสระซอยผม และมูลค่า 500 บาท สำหรับไปดัดยืดทำสีผม ให้กับคุณผู้ชม Only the Lonely ที่โทรเข้ามา เลือกได้ตามใจเลยค่ะ....

* มาคุยในประเด็นกันต่อในหัวข้อ วันเวลากับการรักษาความรัก ความสัมพันธ์
* ม าฟังคำถามจากนายบอนกันต่อ ทำไมบางคนทั้งที่รู้สึกรัก แต่ไม่ยอมแสดงออกมา ยิ่งนานวันยิ่งเก็บงำความรู้สึก เหมือนเขิน หรือออกตัวว่าไม่ใช่หนุ่มสาวแล้ว จะมาสวีทอะไรนักหนา
* บางคู่ที่ใช้ชีวิตคู่กันมานาน ๆ แล้วเริ่มเซ็ง เซ็งชีวิตประจำวัน การงาน เลี้ยงลูก และเรื่องเพศสัมพันธ์ด้วยเป็นเพราะอะไร
* อย่างนี้ดร.นรินทร์ มีข้อแนะนำดี ๆ เพื่อไม่ให้วัน-เวลามากระชากความรัก ความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ไปอย่างไรบ้าง
* รับสายสด
* สรุปจบ : ขอบคุณ คุณผู้ชมทุกท่าน ขอบคุณทุกสาย และทุก SMS
* ขอบคุณ แกลมเมอร์ แฮร์แคร์ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม BEDHEAD (เบดเฮด) ที่เซ็นทรัลทุสาขาและ CATWALK (แคทวอร์ค) ที่ บูทสโตร์ ยินดีให้คำปรึกษาการดูแลรักษาเส้นผมที่ Call Center 02-731-2011 ตลอด 24 ชั่วโมง
* พ บกับ Only The Lonely ได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้หน้าเวลา 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืนครึ่ง ยังคงนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์ แบบไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัยเหมือนเดิมค่ะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

--------------- --------------- ---------------


Read More......

Sunday, January 20, 2008

Only the lonely หัวใจเสียสละเพื่อผู้ยากไร้

..

รายการเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 18 ม.ค.2551 กับ 2 แขกรับเชิญคนสำคัญจากมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม

VTR นานาทัศนะในรายการ
"คุณคิดจะเสียสละเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้อย่างไร"

- บริจาคด้านการศึกษา
- ไปสอนศิลปะแก่เด็กผู้ยากไร้
- บริจาคสิ่งของที่เราไม่ใช้แล้ว
- ทำกิจกรรมปันน้ำใจให้น้อง
- บริจาคเงินให้ เช่น บ้านปากเกร็ด
- ทำบุญช่วยเหลือ ที่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม บริจาคเสื้อผ้า ขนม นม, บ้านพักคนชราบางแค บริจาคผ้าอ้อม ของใช้ อาหาร


ช่วง talk เชิญแขกรับเชิญ คือ
ครูต้อ ศีลดา เกตุวงศ์ ผู้จัดการมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในสมเด็จพระพี่นางเธอฯ
และ ครูเล็ก ลัดดา ทองแสงแก้ว รองผู้จัดการมูลนิธิฯ



ซึ่งช่วงที่ผ่านมา ครูทั้งสองท่านไปออกรายการต่างๆมาแล้ว 15 รายการ และมารายการ only the lonely เป็นรายการที่ 16

ครูต้อ เกิดที่เพชรบุรี พ่อเป็นครูใหญ่ แม่เป็นแม่บ้าน จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์
ส่วน ครูเล็ก เกิดที่นครศรีธรรมราช บ้านทำสวนยาง จบปริญญาตรีจิตวิทยา

ครูต้อเรียนจนแล้ว เข้าทำงานที่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมทันที จนถึงวันนี้ ทำงานมาย่างเข้าปีที่ 17 แล้ว
ส่วนครูเล็กเคยไปฝึกงานกับครูข้างถนน ทำงานกับกลุ่มเด็กเร่ร่อนมาก่อน

ทั้ง 2 ท่าน ทำงานมายาวนานเกิน 10 ปี ถ้าพูดถึงเงินเดือนและรายได้ที่ได้รับ ย่อมไม่อาจเทียบเท่ากับงานอื่นๆ งานบริษัทเอกชน แต่ที่ทำงานกับมูลนิธิเป็นเวลานาน เพราะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของชาวบ้านในทิศทางที่ดีขึ้น เห็นรอยยิ้มบนใบหน้า เหมือนโบนัสที่ได้รับ มีคุณค่ามากกว่าเงิน เกิดความรู้สึกอิ่มใจ

การทำงานกับเด็กที่แต่ก่อนมีปัญหามากมาย โดยเฉพาะปัญหาสังคม เมื่อได้เข้าไปทำงานแล้ว มองเห็นเด็กๆดีขึ้นบ้าง รู้สึกมีความสุขมากขึ้น




ก ารได้ทำงานในมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมถ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์. นั้น ครูต้อและครูเล็ก ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระพี่นาง ได้ถวายรายงาน ซึ่งทรงซักถามอย่างสนพระทัย ท่านได้ให้คำแนะนำ และทรงพระสรวลอยู่บ่อยครั้ง



พระองค์ท่านตรัสว่า การดูแลชีวิตเด็ก เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
พระองค์ท่านได้เสด็จไปเยี่ยมเด็กๆ ในโครงการของมูลนิธิฯ และทรงจำเด็กได้ ทักทายเรียกชื่อของเด็กคนนั้นได้ เช่น น้องเดียวดาย ซึ่งปัจจุบันอายุ 16 ปีแล้ว


ภาพถ่ายที่ถูกนำมาเผยแพร่ในรายการ Only the lonely










































เยี่ยมชมเวบไซต์ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม www.fscc.or.th


19 มกราคม 2551 เวลา : 11:39:00

ความคิดเห็นที่ 1
ขอร่วมสรรเสริญคุณครูต้อ และคุณครูเล็ก ทั้งสองท่านนะขอรับ
โดย 11arrows เมื่อ 19 มกราคม 2551 เวลา : 15:28

ความคิดเห็นที่ 2
เป็นอีกวันที่รู้สึกว่าทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อสื่อสิ่งดีดีสู่มวลชนค่ะ
โดย พี่ปุ้ย/บางมด เมื่อ 21 มกราคม 2551 เวลา : 10:46

ความคิดเห็นที่ 3
เราคุยกันว่าชอบประเด็นรายการคืนนั้นมากเลยค่ะ ทำเองยังอิ่มใจเลย
โดย pijika เมื่อ 21 มกราคม 2551 เวลา : 17:13

Read More......

Friday, January 18, 2008

Only the lonely - วิธีคิดในการฝ่าฟันอุปสรรคชีวิต



ใน VTRรายการ ไปสอบถามนานาทัศนะตามหัวข้อดังกล่าว
- หากำลังใจจากครอบครัว

- จะแก้ปัญหายังไง
- หลีกเลี่ยง อย่าไปเจอมัน ผ่อนหนักเป็นเบา
- มีสติ หาทางแก้ไข
- มองย้อนกลับไป หาทางออก
- หาเหตุ หาวิธีแก้ปัญหา
- คิดก่อน มีสติ มองดูว่า ปัญหาเกิดจากอะไร
- ทำใจให้เข้มแข็ง คิดถึงอนาคต ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- ค่อยๆแก้ไขทีละข้อ ถ้าแก้ไขไม่ได้ ปรึกษาพ่อแม่ เพื่อน

ช่วง talk ของรายการ วันพฤหัสที่ 17 ม.ค.2551 รุ่นใหญ่มาเอง สัมภาษณ์ เกย์นที
"นที ธีระโรจนพงศ์" ประธานกลุ่มเกย์การเมือง





อยากทำงานรับใช้สังคม แต่สังคมไม่เป็นใจ

เกย์นที สนใจลงสมัคร สว. (สมาชิกวุฒิสภา) แบบสรรหา ซึ่งเหตุที่ไม่สามารถลงสมัคร สว.แบบเลือกตั้งได้ เพราะย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ที่ กทม.ได้เพียง 3 ปี ไม่ครบ 5 ปี ตามคุณสมบัติ ซึ่ง ส.ว.แบบเลือกตั้งนั้น มีตัวแทน จังหวัดละ 1 คน

การลงสมัคร ส.ว. แบบสรรหา พี่นที พิจารณาดูแล้ว ใกล้ความจริง ประเมินดูแล้ว ไม่แพง เพราะค่าสมัคร 5,000 บาท ซึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กๆเข้ามาทำงาน เกย์นที บอกว่า ถ้าไปลงแบบสมัครรับเลือกตั้ง คงไม่มีงบประมาณสำหรับใช้จ่าย เหมือนอย่างที่นักการเมืองใช้กัน

แต่ค่าสมัคร 5000 บาท สำหรับหลายคนแล้ว เป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน อาจเป็นจำนวนรายได้ที่หาได้ทั้งเดือนนั้น เกย์นทีเสนอว่า ความจริงแล้ว ไม่ควรที่จะเก็บค่าสมัครเลย

เกย์นที อยากที่จะเข้ามาทำงานใน บทบาทของ สว. แต่ก็เจออุปสรรคขวากหนามหลายอย่าง

ขวากหนามแรก ต้องมีองค์กรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เกิน 3 ปีขึ้นไป เป็นผู้ส่งลงสมัคร ส.ว. แบบสรรหา ซึ่งองค์กรที่เกย์นทีหมายตาไว้ เป็นองค์กรเกย์ที่จดทะเบียน ก็มีคนส่งลงสมัครแล้ว องค์กรอีก 11 องค์กร จดทะเบียนไม่ครบ 3 ปี

เกย์นที ทำงานใน "กลุ่มเส้นสีขาว" มานาน ซึ่งได้รับโล่ห์รางวัลสำหรับการทำงานเพื่อสังคมมามากมาย แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพราะไม่ได้คิดที่จะจดทะเบียนให้เป็นสมาคม เป็นนิติบุคคลให้วุ่นวาย เพราะต้องการลงมือทำแต่เนื้องานเท่านั้น



ต่อมามีองค์กร Empower ซึ่งเป็นองค์กรช่วยเหลือสตรร แจ้งมาว่า จะส่งเกย์นที ลง สว. แต่เมื่อใกล้จะถึงกำหนดวันรับสมัคร องค์กรนั้น มีคนลงสมัคร ส.ว. แล้ว เกย์นที จึงมาดู มูลนิธิ องค์กรใดที่เคยร่วมงาน ทำประโยชน์ให้ โทรไปถามหลายมูลนิธิ ซึ่งมูลนิธิเหล่านั้นได้ส่งคนของมูลนิธิเองลง ส.ว. รวมไปถึง มูลนิธิศูนย์ฮอทไลน์ ได้ส่ง ดร.นรินทร์ กรินชัย เป็นตัวแทนของ มูลนิธิ ลง ส.ว.เช่นกัน

เกย์นที พยายามติดต่อองค์กรต่างๆ จนได้สมาคมผู้พิการเชียงใหม่ ตอบรับว่า จะช่วยส่ง ส.ว. เกย์นทีสอบถามว่า จัดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมาแล้วกี่ปี นายกสมาคม บอกว่า ประมาณ 4 ปี ซึ่งวันที่ 16 ม.ค. นายกสมาคมจะบินมา กทม. มาติดต่อเรื่องเกี่ยวกับ สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ผู้พิการได้โควต้าไป ซึ่งถึงตอนนี้ เหลือสลากกินแบ่ง 95 ใบ เกย์นทีบอกว่า เดี๋ยวจะช่วยซื้อให้ทั้ง 95 ใบ ให้มาเจอกันที่ มาบุญครอง....แต่เมื่อไปตรวจสอบดูแล้ว พบว่า สมาคมผู้พิการเชียงใหม่ จดทะเบียนมา 2 ปี 9 เดือน ขาดไป 3 เดือน จะครบ 3 ปี ตามคุณสมบัติ....
เกย์นที ก็ยังไปสมัคร ส.ว. ไม่ได้อีก

ทางกลุ่ม อบต.ยุต่อ บอกว่า เกย์นทีต้องลง ส.ว.นะ ซึ่งทาง อบต.เชิงดอยสะเก็ดบอกว่า จะส่ง เกย์นทีลง ส.ว.เอง
แต่เมื่อตรวจดูคุณสมบัติแล้ว ถ้าเป็น อบต จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของ อบต. หากเป็นคนอื่น นอก อบต. อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซง ทำให้ อบต.ส่ง เกย์นที ลง ส.ว.ไม่ได้


หลายมูลนิธิที่ทราบข่าว โทรหาเกย์นที อยากช่วยเหลือ แต่เกย์นที ไม่เคยไปร่วมช่วยเหลือกิจกรรมกัลมูลนิธิเหล่านั้น เวลาผ่านไป เหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ

มีบางองค์กร เสนอจะช่วยเหลือ แต่ขอเป็นเงินตอบแทน เกย์นทีเลยไม่ตกลง เพราะดูเหมือนใช้เงินซื้อองค์กร เพื่อให้ส่งลงสมัคร ส.ว. เวลาผ่านมาจนถึง 15 ม.ค. มีอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เคยสอนบอกว่าจะช่วยดูมูลนิธิต่างๆให้

เมื่อถึงเวลานั้น เกย์นที กดดัน เครียดสุดๆ เกย์นทีเลยไปวังน้ำเขียว ไปนอน 1 คืน
เกย์นที ปลงแล้ว เพราะพยายามสุดความสามารถแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อจังหวะไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ

ในช่วงเวลานั้น มีโทรศัพท์เข้ามายังเกย์นทีเยอะมากๆ หลังจากนอนที่วังน้ำเขียว รับอากาศบริสุทธิ์ 1 คืน จึงเดินทางกลับ กทม.

เรื่องสมาคมผู้กิการเชียงใหม่ ที่พี่นที สัญญาว่าจะช่วยซื้อสลาก 95 ใบ แต่เพื่อนๆก็ช่วยซื้อให้จนหมดแล้ว ดีมากๆ
เกย์นที กำลังจะยกธงขาว เรื่องสมัคร ส.ว. แล้วแต่กลุ่มทอมบอกว่า อย่าพึ่งนะ ถ้าระฆังยังไม่หมดยก อย่าพึ่งยอมแพ้ ซึ่งกลุ่มทอมบอกว่า เดี๋ยวจะช่วยหาให้ ซึ่งในช่วงเวลานั้น เกย์นที หัวใจเล็กเท่าถั่วเขียวแล้ว


เกย์นที นอนหลับ ฝันร้ายว่า รับบทละครจะขึ้นไปแสดงบนเวทีวันพรุ่งนี้ แต่วันนี้ ยังท่องบทไม่ได้เลย ในฝัน รับบทละครไป 2 เรื่อง เกิดความรู้สึกว่า ไม่พร้อมเลย แต่ตัวเองจะต้องมีความพร้อม ในช่วงเวลานั้น...

ตื่นเช้า 17 ม.ค. เกย์นที ลงมือทำเรื่องอื่นๆเพื่อให้ลืมเรื่องลงสมัคร ส.ว. หากิจกรรมทำเพื่อฆ่าเวลาให้ถึงช่วง 16.30 น. ให้หมดเวลารับสมัคร ส.ว. แต่เมื่อถึง 10 โมงเช้า มีโทรศัพท์มา แจ้งว่า มีมูลนิธิของพระ จะช่วย แต่เจ้าอาวาสติดงานจะเดินทางมาวันพรุ่งนี้ เกย์นที เลยยิ่งปลงหนัก เพราะไม่ทันอยู่ดี

เมื่อวางสายแล้วไปอาบน้ำ สักพักก็มีโทรศัพท์มา บอกับเกย์นทีว่า จำได้หรือไม่ว่า เคยช่วยเหลือองค์กรหนึ่ง

เพราะความที่เกย์นทีทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมไว้เยอะ ทำให้หลงลืมบางองค์กรไป เกย์นทีเลยโทรไปติดต่อ คนที่ 1 แล้วโทรไปตามคำแนะนำ ถึงคนที่ 2 แล้วจึงได้รับการประสานให้ติดต่อกับประธานมูลนิธิ พรพจน์เพื่อการศึกษา ซึ่งเกย์นทีดูแล้ว ตรงกับบทบาทที่ได้ทำงานช่วยเหลือมาตลอด

ประธานมูลนิธิสอบถามทางโทรศัพท์ว่า ให้เล่ามาว่า เป็นอย่างไร แบบไหน เกย์นทีจึงรีบเล่าให้ฟังแบบคร่าวๆ ตรงไปตรงมา เพราะเวลามีน้อย



ท่านประธานมูลนิธิจึงพูดว่า "คนที่เป็นนักเรียนที่ไม่มีใครรับรองให้ แล้วต้องเสียโอกาสไปนั้น น่าเสียดายมากๆ ถ้างั้นเจอกันตอนบ่าย 3 โมง
เกย์นทีจึงขอต่อรอง มาถึงก่อนหน้านั้นได้หรือไม่ เพราะต้องเตรียมเอกสารหลักฐาน เกรงว่า จะเตรียมไม่ทัน ท่านประธานมูลนิธิจึงบอกว่า เจอกันตอนบ่าย 2 โมง

เกย์นทีจึงออกไปหา ดร.กฤติกา คงสมพงษ์ ที่มาบุญครอง พูดคุยกัน กำลังจะกินข้าวเที่ยงอยู่แล้ว ก็มีโทรศัพท์เข้ามา จาก ประธานมูลนิธิแจ้งว่า ตอนนี้มาถึงอาคารศรีจุลทรัพย์แล้ว เกย์นที ได้ยินดังนั้น รีบยกมือไหว้ลา ดร.กฤติกา รีบไปศรีจัลทรัพย์ทันที เรียกรถ taxi ด้วยความประหม่า สติไม่อยู่กับตัว เลยบอกจุดหมายที่จะไปไม่ถูก แต่ taxi อีกคัน บอกว่า น่าจะไปทางนี้นะ ขึ้นรถไปแป๊บเดียว ค่ามิเตอร์แท็กซี่ ยังไม่ขยับ อยู่ที่ 35 บาท จากมาบุญครองก็มาถึง กกต.แล้ว เกย์นทีเลยทิปไปอีก 5 บาท

เมื่อ เกย์นทีมเจอท่านประธานมูลนิธิ ท่าน อรรณพซึ่งเป็นทหารเรือ เตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อมเป็นอย่างดี เกย์นทีจึงเตรียมเอกสารในส่วนขอวตัวเอง เมื่อยื่นเอกสารการรับสมัครก็ต้องมาลุ้นเอกสารหลักฐานกันใบต่อใบ

จนมาสะดุดตรงที่คำว่า "อาสาสมัคร" เพราะใครๆก็พูดได้ เจ้าหน้าที่เลยถามว่า
มีรูปที่ทำงานเป็นอาสมัครมั้ย
- ไม่มี
มีรายงานการประชุมที่มีชื่อระบุไว้มั้ย
- ไม่มี

งั้นต้องให้ประธานมูลนิธิ ทำจดหมายรับรองมา

เกย์นทีโชคดีมากๆ เพราะท่านประธานมูลนิธิก็อยู่ที่นั่น ซึ่งหลายคนโชคไม่ดี เพราะประธานไม่มา เมื่อสะดุดตรงคำว่า อาสาสมัคร เลยพลาดโอกาสสมัครในช่วงสุดท้าย

วันสุดท้าย 17 ม.ค. 51 มีคนมาสมัคร 464 คน รับสมัคร ส.ว. แบบสรรหา จำนวน 74 คนเท่านั้น แต่มีคนสมัครกว่า 1200 คน

ไม่กี่อึดใจ เจ้าหน้าที่บอกเกย์นทีว่า ไปจ่ายเงินค่าสมัครได้แล้วครับ..

3 โมงเย็น เกย์นทีเดินออกมา ได้สมัครเป็น ส.ว. สมใจ
แต่ช่วง 7 วันที่ผ่านมา กว่าจะมาถึงเวลานี้ ผ่านมรสุมที่เป็นอุปสรรคของชีวิตมามากมายจริงๆ

พี่นที เล่าไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ฟังแล้วระทึกใจ จนแทบนอนไม่หลับ นับเป็นเรื่องราวในแง่มุมที่ดีๆยามราตรีที่งดงามอีกเรื่องหนึ่ง

แหม นายบอนก็มีเรื่องราวของชาวสาธารณสุขที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคชีวิตในแบบครบรส และน่าประทับใจเหมือนกัน เดี๋ยวส่งให้พี่ฮอลล์ - พี่ปุ้ย
อ่านละกัน....


+ + + + +
ในรอบสัปดาห์

ชุดที่พีฮอลล์ใส่มาวันอังคาร ดูสะดุดตาจริงๆ

พึ่งจะเห็นพี่ปุ้ยใส่เสื้อสีอื่นมาจัดรายการในช่วงถวายความอาลัย สงสัยว่า เสื้อดำที่ใส่มาบ่อยๆ คงจะซักไม่ทัน 5555


ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ละเอียดๆ ขอบคุณที่ช่วยบันทึกเรื่องราวในรายการค่ะ เมื่อคืนฟังไปก็ตื่นเต้นไป พี่นทีเค้าเล่าได้อารมณ์มากเลยเนอะ...
โดย pijika เมื่อ 18 มกราคม 2551 เวลา : 18:52

ความคิดเห็นที่ 2
พ ี่ฮอลล์ ผมดูไำด้แค่ตอนเดียว ช่วงก่อน 6 ทุ่มก็หลับแล้วครับ... เรื่องวันจันทร์ เดี๋ยวจะส่งข้อมูลให้นะครับ วันนี้ ผมพึ่งจะเข้า internet ได้ เลยมาช้าไปหน่อย :))))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 18 มกราคม 2551 เวลา : 18:54

ความคิดเห็นที่ 3
เสียดายจังที่เมื่อคืนไม่ได้ดู
โดย konica เมื่อ 18 มกราคม 2551 เวลา : 19:18

ความคิดเห็นที่ 4
เข้ามาดูเสียหน่อยเป็นรายการที่ดีครับ
โดย winhid เมื่อ 18 มกราคม 2551 เวลา : 20:27

ความคิดเห็นที่ 5
: )
โดย gemini เมื่อ 18 มกราคม 2551 เวลา : 21:46

Read More......

Thursday, January 17, 2008

Parent room - U pluz นิตยสารแจกฟรี

รายการ parent room คืนวันที่ 9 ม.ค.2551 พี่ปุ้ย กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ จัดรายการคนเดียว ทำการสัมภาษณ์คุณหนึ่ง มาฬิศร์ เชยโสภณ ดาราช่อง 7 สี กับบทบาท บรรณาธิการบริหาร นิตยสารแจกฟรี "ยูพลัส" นิตยสาร เพื่อนักศึกษา และคนรุ่นใหม่






คุณหนึ่ง จบจาก ธรรมศาสตร์ เป็นรุ่นน้อง มธ ของพี่ปุ้ย 1 ปี






แนวคิดของ ยูพลัส นิตยสารแจกฟรี เพื่อส่งเสริมการอ่าน พิมพ์สีอีกด้วย เป็นเล่มหนา หน้าสี หลายหน้า มีสปอนเซอร์สนับสนุนอยู่บ้าง แต่ยังไม่พอ
หนังสือมี 2 ด้าน 2 ปก ด้านหน้า ปก U-pluz พลิกมาอีกด้าน เป็นปกนิตยสาร SiamOz ให้ข้อมูลแนะแนวการศึกษา การใช้ชีวิตในออสเตรเลีย

สำหรับแนวคิดที่มาทำเป็น free magazine เพราะเป็นนโยบายของเจ้าของนิตยสาร ต่อกลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา คนรุ่นใหม่ ที่มีกำลังซื้อไม่สูง จึงแจกฟรีให้คนที่รักการอ่าน เพื่อจะดูว่า กลุ่มเป้าหมายจะได้อะไรบ้าง โดยไปแจกตามมหาวิทยาลัยใน กทม. และต่างจังหวัด และห้องสมุดของมหาวิทยาลัย

มีระบบสมาชิกด้วย คิดแต่ค่าส่งปีละ 150 บาท เท่านั้น

เนื้อหาในเล่ม มีหลายคอลัมภ์ที่น่าสนใจ เช่น เกี่ยวกับอาชีพ สัมภาษณ์บุคคลต้นแบบที่ดี อาชีพที่น่าสนใจ และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ เขียนบทความในเล่มอีกด้วย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง เวบไซต์
http://www.upluz.com

มีข้อมูลจากนิตยสารบางส่วน และมีเล่มเก่าให้เปิดดูด้วย





ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
มาฬิศร์ เชยโสภณ ดาราคนนี้ติดคุก ข้อหาขายยาบ้านี่นา
โดย Little Tiger เมื่อ 10 มกราคม 2551 เวลา : 23:43

ความคิดเห็นที่ 2
อ้าว เหรอคะคุณไทเกอร์ งั้นดิฉันตกข่าวสิเนี่ย
โดย nataya เมื่อ 11 มกราคม 2551 เวลา : 0:25

ความคิดเห็นที่ 3
เป็นแนวคิดที่ดีของเขานะคะ
โดย J เมื่อ 11 มกราคม 2551 เวลา : 1:03

ความคิดเห็นที่ 4
เห็นด้วยกับพี่เจ .. เป็นแนวคิดที่ดีและมีประโยชน์มากนะคะ .. ... ขอบคุณมากค่ะนายบอนที่เก็บมาเล่าสู่กันฟัง ...;)))
โดย คิมค่ะ ... เมื่อ 11 มกราคม 2551 เวลา : 8:12

ความคิดเห็นที่ 5
จำได้เคยมีข่าวเรื่องยาเสพติด แต่ตอนนี้กลับมาได้แล้วใช่ไหมคะ? ดีใจด้วยจริงๆค่ะ ^^
โดย conqueror เมื่อ 11 มกราคม 2551 เวลา : 9:36

ความคิดเห็นที่ 6
น่าจะไปได้นะครับ นิตยสารแจกฟรีแต่มันมีต้นทุนสูงพอสมควร ก็หวังว่าน่าจะเดินไปได้ครับ ;)
โดย kooyik เมื่อ 11 มกราคม 2551 เวลา : 11:12


Read More......

Wednesday, January 16, 2008

น้ำตา ครูน้อย... นางฟ้าบ้านไพร

16 ม.ค.2551 เป็นวันครู

.... ครู คนที่นายบอนเขียนถึงบ่อยๆ แถมยังเอาข้อเขียนของครูท่านนี้มาเผยแพร่หลายครั้ง คือ ครูน้อย ศศิพร










ครูน้อย จะทำงานในบทบาทคุณครู จนถึงวันศุกร์ที่ 29 ก.พ.2551

.....วันที่เธอจะลาออกจากการเป็นครู




ครูน้อย ศศิพร เคยบอกว่า เธอยังไม่ใช่ครูที่ดีที่สุด

.... แค่เธออยากให้เด็กนักเรียนตัวน้อยของเธอ ถูกผู้ใหญ่เอาเปรียบน้อยลง




แต่คนที่รู้จักครูน้อยเป็นอย่างดี บอกว่าส เธอใส่ "จิตใจ" เข้าไปในงานที่เธอรับผิดชอบ ก็เท่านั้นเอง




- ในระหว่างตรวจการบ้าน หลังจากที่กาเครื่องหมายถูก ผิด และเขียนเลขคะแนนที่ได้ ครูน้อยจะเขียนประโยคให้กำลังใจ คติคำคม , คำแนะนำสั้นๆ หรือวาดตัวการ์ตูนน่ารักๆ ยิ้มให้กำลังใจ ด้วยลายมือใส่ลงไปในสมุดของนักเรียนอยู่เสมอทุกๆครั้งที่ตรวจการบ้าน


- ก่อนถึงวันหยุดเทศกาลสำคัญจะมาถึง เช่น ปีใหม่ มาฆบูชา เข้าพรรษา ครูน้อยจะนำกระดาษแข็งมาตัดเป็นการ์ด และเขียนข้อความอวยพร + คติคำคมที่มีความหมาย แจกให้เด็กนักเรียนของเธอฝากไปให้คนในครอบครัวอ่านด้วย





นี่คงเป็นเคล็ดลับอย่างง่ายๆกระมัง ที่ทำให้เด็ก และผู้ปกครองของเด็ก รักครูน้อยมากกว่าครูคนอื่น




+ + + + +



มีเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ชวนเพื่อนไปงานวันเกิดที่บ้าน ครูน้อยได้ยินพอดี เลยตั้งใจที่จะไปร่วมงานวันเกิดด้วย ทั้งๆที่เด็กคนนั้นไม่ได้ชวน




บ้านของเด็กคนนี้ อยู่ปลายนา ห่างจากหมู่บ้านราว 3 กิโลเมตร ต้องเดินลัดเลาะไปตามคันนา



ช่วงเย็นวันนั้น ครูน้อยจึงเดินทางไปที่บ้านหลังนั้น จนถึงกระท่อมหลังหนึ่ง เห็นเด็กคนนั้นนั่งอยู่บนเสื่อที่ปูตรงลานเล็กๆหน้าบ้าน
มีจานกระเบื้องวางอยู่ตรงหน้าหลายใบ มีขนมหม้อแกง ขนมชั้น ฝักข้าวโพด ขนมจีน + แกงเขียวหวาน




จานที่ใส่ขนมหม้อแกง ขนมชั้น ฝักข้าวโพด จานสามใบ จะวางชิดติดกัน แล้วมีเทียนไข 1 เล่ม ปักอยู่ตรงช่องว่างที่จานกระเบื้อง 3 ใบ วางชิดกัน
นี่คือ บรรยากาศงานวันเกิดของเด็กคนนั้น




ขณะนั้น เวลาประมาณ 6 โมงเย็น ทั่วบริเวณนั้น มีแต่เด็กน้อยนั่งอยู่คนเดียว ด้วยใบหน้าเศร้าๆ เมื่อมองไปที่ดวงตา ใบหน้าเปรอะไปด้วยน้ำตา
ครูน้อยจึงเดินเข้าไปหาเด็กคนนั้น แล้วบอกว่า ตั้งใจมางานวันเกิดของหนูนะ แล้วอวยพรวันเกิด ชวนคุย เล่านิทานดีๆ ให้เด็กคนนั้น นอนหนุนตักฟังอย่างมีความสุข





1 ทุ่มครึ่ง พ่อแม่ของเด็กกลับมาถึงบ้าน เพราะเข้าไปซื้อของในตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านกว่า 30 กิโลเมตร ระหว่างเดินทางกลับ รถสองแถวเกิดเสียกลางทาง เลยเสียเวลาซ่อมอยู่พักใหญ่ พ่อกับแม่ของเด็กเลยกลับถึงบ้านค่ำมืด





ครูน้อยจึงช่วยเติมบรรยากาศงานวันเกิด พาพ่อแม่นั่งล้อมวง จับมือเป็นวง ให้เด็กนั่งตรงกลาง จุดเทียนอวยพรวันเกิด ร้องเพลงอวยพร ซึ่งเพลงที่ร้อง เป็นเพลงลูกทุ่งของต่าย อรทัย "หน้าจอรอสาย" และตามด้วย Happy birthday to you หลังจากนั้นก็เป่าเทียนไข แล้วตัดขนมหม้อแกง ขนมชั้น หักฝักข้าวโพดยื่นให้ พ่อ แม่ และครูน้อย




จากงานวันเกิดกลางทุ่งที่มีชีวิตชีวา ทำให้เด็กนักเรียนคนหนึ่ง ที่มักจะขาดเรียนบ่อยๆ กลับมาเข้าเรียนทุกวัน และเรื่องราววันเกิดกลางทุ่งนา ได้รับการเล่าปากต่อปากจนรับรู้กันไปทั่วหมู่บ้าน




เด็กคนนั้น เรียกครูน้อย ศศิพรว่า นางฟ้า





" นางฟ้าบ้านไพร"




..
และมาถึงวันนี้ เหลือเพียงอีกไม่กี่สัปดาห์ ครูน้อยก็จะลาออกจากอาชีพครู เด็กนักเรียนหลายคนไม่อยากให้ลาออก เพราะความรัก และผูกพัน อยากให้ครูน้อยอยู่ต่อ....




...แต่ครูน้อยก็อยู่ต่อไปไม่ได้ เพราะความจำเป็นทางเศรษฐกิจ.....




ช่วงก่อนวันเด็กที่ผ่านมา มีเด็กนักเรียนไปร้องเพลง "นางฟ้าบ้านไพร" ให้ครูน้อยฟัง


ครูน้อย น้ำตารินไหล ได้แต่ยิ้มรับ

แม้จะไม่ได้อยู่ดูแลเด็กนักเรียนต่อไป แต่ยังมีเพื่อนครูที่มีความตั้งใจและอุดมการณ์เดียวกับเธอ อยู่ในโรงเรียนนั้นเช่นกัน






..... วันครูปีนี้ นายบอนเลยเอาเพลง "นางฟ้าบ้านไพร" ที่ทำให้ครูน้อยน้ำตาไหล มาฝากกันครับ








เพลง นางฟ้าบ้านไพร


นักร้อง แพรวา พัชรี




หนูแสนดีใจนับตั้งแต่คุณครูย้ายมา นักเรียนบ้านป่า เหมือนมีนางฟ้ากลางใจ



ครูสาวจากเมืองมุ่งหน้ามาสอนบ้านไพร ชาวบ้านก็พลอยสดใส ดีใจไปกับเด็กน้อย



ตอนเช้าเฝ้าคอยหน้าโรงเรียน ส่งรอยยิ้มงาม ตั้งใจทุกยาม สมดังเด็กหวังและคอย



อบรมชี้ทาง เป็นตัวอย่างที่ดีเลิศลอย เป็นพิมพ์ไร้ทางด่างพร้อย ครูคอยสร้างสรรค์บ้านนา





อย่าด่วนย้ายจากไปไหนนะคุณครู เด็กเด็กบ้านไพรทุกผู้ คอยคนอย่างครูนานมา



อยู่ช่วยสร้างสรรค์ ถิ่นกันดารให้ดีเถิดหนา เติมฝันเด็กน้อยบ้านป่า แต้มรอยยิ้มงามกลางใจ



นางฟ้าบ้านไพรครูคนใหม่ในใจผองชน หนักเบาไม่บ่น ยอมทนเดินหนทางไกล



ทุกคนรักครูพร้อมยืนสู้เคียงครูเรื่อยไป ขอครูอยู่เป็นเทียนชัย ส่องใสกลางไพรนานนาน







******





* * นายบอนได้ทาบทาม ครูน้อย ศศิพร มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ Only the lonely ให้พี่ฮอลล์ พี่ปุ้ยแล้ว ซึ่งครูน้อยบอก OK จะพยายามหาเวลาที่จะไปออกรายการก่อนจะถึงวันสุดท้ายในอาชีพครู




คราวนี้จะได้รับรู้กับแง่มุมชีวิตของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งทั้งความทุกข์ยาก มุมมองการใช้ชีวิต และเรื่องราวความรักจากการคบหาดูใจกับผู้ชายหลายคนที่เดินเข้ามาในชีวิตของเธอ แต่ในที่สุด เธอเลือกที่จะแต่งกับงานดีกว่า จนกลายเป็น ครูน้อย - นางฟ้าบ้านไพรของเด็กๆในวันนี้!!!!!!








วามคิดเห็นที่ 1
เพลงกระตุกๆ ค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะคอมพ์พี่เองหรือเปล่า แต่ยังพอฟังได้ว่าเพลงเพราะนะคะ รอครูน้อยมาเป็นแขกรับเชิญอยู่ค่ะ
โดย pijika เมื่อ 16 มกราคม 2551 เวลา : 16:22

ความคิดเห็นที่ 2
คงเพราะตัวเวบ video.google ครับ ถ้าช่วงไหนคนใช้เยอะ ดู฿คลิปก็จะกระตุก ถ้าวันไหนไม่ค่อยมีคนใช้ พี่ฮอลล์ก็ดูคลิปได้ไม่กระตุกนะครับ
โดย บอน sata1msu เมื่อ 16 มกราคม 2551 เวลา : 16:38

ความคิดเห็นที่ 3
น่ารักนะคะคุณบอน ^^
โดย conqueror เมื่อ 16 มกราคม 2551 เวลา : 16:46

ความคิดเห็นที่ 4
ครูน้อยคงจะลาออกจากความเป็นครูไม่ได้แน่ๆค่ะ
โดย septimus เมื่อ 16 มกราคม 2551 เวลา : 18:57

ความคิดเห็นที่ 5
อ่านแล้วน้ำตาไหลเฉยเลยอ่ะนายบอน
โดย leelawadee2u เมื่อ 17 มกราคม 2551 เวลา : 10:31

ความคิดเห็นที่ 6
ซึ้งค่ะ
โดย gibsii เมื่อ 17 มกราคม 2551 เวลา : 11:03

ความคิดเห็นที่ 7
ซึ้งจริงๆ
โดย fw เมื่อ 17 มกราคม 2551 เวลา : 11:27

ความคิดเห็นที่ 8
น ่ารักและงดงามจริงๆแหละครับคุณconqueror นายบอนเลยพยายามเอาเรื่องของครูน้อยมาถ่ายทอดใน mblog มาเรื่อยๆ เสียดายจังที่เธอจะไปทำงานอื่นแล้ว
โดย บอน sata1msu เมื่อ 17 มกราคม 2551 เวลา : 11:44

ความคิดเห็นที่ 9
ครูน้อยมีวิญญาณความเป็นครูเต็มหัวใจครับคุณ septimus คาดหวังว่า วันหนึ่งข้างหน้่า ครูน้อยจะกลับมาเป็นครูอีกครั้งหนึ่ง
โดย บอน sata1msu เมื่อ 17 มกราคม 2551 เวลา : 11:45

ความคิดเห็นที่ 10
แหม คุณลีลาน้ำตาไหล เหมือนครูน้อย ศศิพร หรือเปล่าหนอ :)))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 17 มกราคม 2551 เวลา : 11:46

ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณครับคุณ gibsii & fw
โดย บอน sata1msu เมื่อ 17 มกราคม 2551 เวลา : 11:46

Read More......

Tuesday, January 15, 2008

Only the lonely 14 Jan 2551

ช่วงเวลา 5 ทุ่มกว่าๆ ของคืนวันจันทร์ที่ 14 ม.ค. ชั่วโมงสุดท้ายที่หลายคนรอนับถอยหลังปิดฉาก Titv สู่ทีวีสาธารณะ เฮ้อ... น้ำตาท่วมจอช่อง Titv แต่หลายคนเห็นแล้ว ก็เฉยๆ หมุนมาดู Only the lonely ดีกว่า











วะว๊าว... พี่ฮอลล์กับทรงผมที่ไปทำสีผมเพิ่ม โอว.... ดูสะดุดตามากขึ้น คงต้องให้แฟนไปทำสีผมแข่งกะพี่ฮอลล์ซะแล้ว... ขึ้นสัปดาห์ใหม่ พี่ฮอลล์จะโชว์ทรงผมที่ดูสะดุดตาทุกที แล้วก็เหลือบมามองพี่ปุ้ย ที่ดูท่าทางไปลดสีผมลงหรือเปล่าน้อ สงสัยพยายามทำทรงผม + สีผมเพื่อจะลดอายุลงรึเปล่า เพราะพี่ฮอลล์เล่นทำผมกระชากวัยลงไปทุกสัปดาห์ จนพี่ปุ้ยต้องเรียก "น้องฮอลล์"



รูปข้างขน เอามาเทียบสีผมกันเลย ระหว่างเมื่อคืนและสัปดาห์ก่อน




...

มาถึงสาระในรายการกันบ้าง ช่วงจับเข่าเม้าข่าว ก็พากันรีบจับเข่าเพราะกลัวนายบอนแซวใน mblog อีกล่ะ แล้วก็เม้าเรื่องเกี่ยวกับเพื่อน แต่ฉีกแนวกระชากวัยของพิธีกร คือ เล่าเรื่องการใช้เวบ Hi5 จากสมัยก่อนพี่ฮอลล์มีเพื่อน penfriend (เพื่อนทางจดหมายจากภาคใต้ แล้ววันนึง มาเจอกันโดยบังเอิญ ถามไปถามมา คนนั้นเคยมี penfriend อยู่ที่อุตรดิตถ์ ซึ่งก็คือ พี่ฮอลล์นั่นเอง.... มาเจอกันได้ยังไงล่ะเนี่ย)








เรื่อง Hi5 พี่ฮอลล์มีเพื่อนใน Hi5 อยู่ตั้ง 30 คน โห.... เล่นทั้ง mblog และ Hi5 ซะแล้ว


ซึ่งชาว Hi5 ส่วนใหญ่ ก็อายุรุ่นราวคราวลูกของพี่ฮอลล์ทั้งนั้น ขนาดพี่ฮอลล์บอกว่าหักลบอายุตัวเองออก 20-30 ปี อายุยังมากกว่าสมาชิกอยู่เลย มีอยู่คราวหนึ่ง พี่ฮอลล์เข้าไปท่องเวบของศิลปินค่าย RS ตั้งใจจะเข้าไปโหวตให้นักร้องในดวงใจ ซึ่งต้องกรอกแบบพอร์มลงทะเบียน เห็นช่องที่ต้องกรอก อายุแล้ว พี่ฮอลล์ถึงกับอึ้ง เพราะเห็นสมาชิกที่เข้าไปในเวบนั้น รุ่นลูกๆทั้งน้าน.... อยู่ๆก็มีป้าคนนึงโผล่เข้ามาจะโหวตให้นักร้องวัยโจ๋ซะงั้น...




...เฮ้อ นี่ล่ะน้า....พี่ฮอลล์เกิดเร็วเกินไป





มาถึงช่วง Talk ของรายการกันบ้าง เม้าพี่ฮอลล์มากๆ เดี๋ยวจะไปทำผมลดอายุตัวเองลงอีก




"เพื่อนดีๆที่คุณคบหาและรักษาความสัมพันธ์กับเขาและเธอเป็นอย่างไร"


นานาทัศนะจาก VTR


- ทำตัวเหมือนเดิม

- รักษาน้ำใจเพื่อน


- มีปัญหาก็ให้คำปรึกษา

- ไม่ชวนคุยเรื่องที่ไม่ชอบ

- ไม่หาเรื่องทะเลาะกัน

- คุยกัน ไปไหนไปกัน

- นัดเจอกันบ่อยๆ

- ทำความเข้าใจช่วยแก้ไขปัญหา

ฯลฯ







ช่วง talk ของวันจันทร์ ดร.นรินทร์ กรินชัย จะเป็นวิทยากรประจำรายการ แต่สัปดาห์ที่แล้ว โผล่มา 2 วัน เพราะพี่ฮอลล์กะพี่ปุ้ย สลับกันอู้งาน เอ๊ย ไม่ใช่สิ พี่ฮอลล์ป่วยวันจันทร์ที่แล้ว และพี่ปุ้ยไปสอนหนังสือที่สุราษฎร์ในวันศุกร์




เออ.... ความจริงจัดกัน 3 คนทุกวันก็อบอุ่นดีนะครับ ขนาดยามเฝ้าแผ่นดินสัปดาห์ก่อน ยังนั่งจัดกัน 3 คน 4 คน อบอุ่นมากๆ




นายบอนเข้าไปเขียน comment ใน blog ของ ดร.นรินทร์ http://weblog.manager.co.th/publichome/narino7/ พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์ ดร.นรินทร์ก็เลยเม้านายบอนซะหลายช่วงอย่างสนุกสนานซะเลย คงเพราะถูกนายบอนเม้าท์ใน mblog หลายครั้ง ว่ากันตั้งแต่ ดูใน mblog เห็น bon48 เอ... 48 นี่อะไรอ่ะ อายุเหรอ "งั้นต้องเรียกว่าพี่บอนแล้วนะครับ" ดร.นรินทร์ปล่อยมุกอย่างตลกหน้าตายเลย จนพี่ปุ้ยต้องหัวเราะแล้วบอกว่า ไม่ช่าย.....





ประเด็น talk เรื่องเพื่อน ดร.นรินทร์ก็เม้าต่อเนื่องในเรื่อง Hi5 ซึ่งลูกๆของดร.นรินทร์ก็เล่น Hi5 เช่นกัน ลูกๆไปเที่ยวตอนกลางวัน กลับมาแป๊บเดียว รูปถ่ายที่ไปเที่ยวมา โผล่ขึ้นบนเวบ โชว์ใน Hi5 เรียบร้อยแล้ว เร็วมากๆ......... ขนาดลูกยังเล่น Hi5.... ดร.นรินทร์ น่าจะเล่นบ้างนะครับ เอามาใช้ในงานจิตวิทยาของมูลนิธิก็น่าจะเข้าที ประมาณว่า ทางมูลนิธิได้เปิดให้บริการให้คำปรึกษาผ่าน Hi5





นายบอนเข้าไป comment ใน blog ของ ดร.นรินทร์ที่มักจะ post เรื่องขำขันมาให้อ่านไปอมยิ้มไป เลยบอกว่า น่าจะเล่าขำขันจันทร์ละเรื่องบ้าง ท่าน ดร.นรินทร์เลยพูดในรายการและเชิญชวนให้ผู้ชมลองโหวตเข้ามาดูละกัน แล้วก็ถามขึ้นมาว่า "ผมพูดในรายการ ดูเครียดไปเหรอ"





... ไม่เครียดหรอกครับ แต่เป็นในแบบใบหน้า อารมณ์เดียวตลอด ไม่ว่า ดร.นรินทร์จะพูดเรื่องแนวไหน หรือนั่งเฉยๆไม่ได้พูด หน้าตาจะอารมณ์เดียวกันตลอด ขนาดลองปิดเสียงทีวี แล้วดูจอ ตอนที่ ดร.นรินทร์ขยับปากพูด กับนั่งฟังเฉยๆ ดูไม่ต่างกันเลยนะครับ .... ถ้าเล่าเรื่องตลก คงเล่าด้วยใบหน้าแบบตลกหน้าตายได้สบายๆ




แต่ ดร.นรินทร์ท่านมีสมาธิและความจำดีมากๆ ขนาดแฟนรายการท่านหนึ่งที่เคยโทรมานนมนานแล้ว โทรมาทักทาย ดร.นรินทร์ท่านยังจำได้ว่า คือ คุณคนที่เคยโทรมาปรึกษาเรื่องตั้งครรภ์ใช่ไหม แล้วบัด now ได้ลูกชายหรือลูกสาว เธอคนนั้นตอบว่า ได้ลูกชายทั้งสองคนเลย... คือ ลูกแฝดทั้งคู่ 3 พิธีกรยิ้มร่าเลย เฮ.. พวกเราได้หลานแฝดซะด้วย อย่าลืมส่งรูปมาให้ดูบ้างนะคะ




หัวข้อ talk เรื่องเพื่อน เป็นประเด็นที่ผู้ชมโทรมาคุยได้เรื่อยๆ รวมทั้งคุณอี้ คิตตี้น้อยสีชมพู แห่ง http://pinkkitty.bloggang.com ที่เล่าประสบการณ์การใช้ Hi5 คุยกับพี่ฮอลล์อยู่บ่อยๆ แหม .....ป้าฮอลล์ที่ชอบบ่นว่า ไม่ค่อยมีเวลาอัพบล็อก กินข้าวไม่ครบมื้อ งานยุ่งมากๆ เพราะมัวแต่คุยกับคุณอี้ทาง Hi5 รึเปล่านะ:))))




คุณ อี้ คิตตี้น้อยสีชมพู ยังพูดถึงเรื่อง ♥♥♥ไปทัวร์ทำบุญ 9 วัด กะเพื่อนๆbloggang@อยุธยา ตอนแรกพาไปวัดพนัญเชิง จ๊ะ ♥♥♥ในรายการอีกด้วย






นายบอนพยายามอัดคลิปวิดีโอไว้ แต่ แบตเตอรี่ไม่ได้ชาร์ทไว้ ถ่ายรูปได้เท่าที่เห็นก็หมด ดร.นรินทร์เลยยังไม่ได้มานั่งจ้อผ่านคลิปทางช่อง mblog ในบันทึกนี้ .... เอาไว้คราวต่อไปละกันนะครับ










ความคิดเห็นที่ 1
หลังจากที่เมื่อคืนแซวนายบอนไปหลายดอก วันนี้เขาเอาคืนแล้วค่ะ
โดย พี่ปุ้ย/บางมด เมื่อ 15 มกราคม 2551 เวลา : 11:59

ความคิดเห็นที่ 2
นายบอนยังจะตามเอาคืนเรื่อยๆครับใน mblog นี่แหละ พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์ และ ดร.นรินทร์โปรดระวังนะครับ 55555
โดย บอน sata1msu เมื่อ 15 มกราคม 2551 เวลา : 12:08

ความคิดเห็นที่ 3
เพื่อนสมัยเรียน penfriend น่ะ เป็นเพื่อนของเพื่อนแถวบ้านค่ะ ไม่ใช่เพื่อนพี่ฮอลล์....ฮ่า...จับผิดแฟนรายการ
โดย pijika เมื่อ 15 มกราคม 2551 เวลา : 15:33

ความคิดเห็นที่ 4
อ้าว เห็นเล่าเป็นตุเป็นตะ ยังกะเป็นเรื่องของพี่ฮอลล์เองซะอีก....:))))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 15 มกราคม 2551 เวลา : 16:07

ความคิดเห็นที่ 5
พ ี่ว่า พี่ฮอลล์ ทำสีผมใหม่หน้าอ่อนกว่าวัยมั่กๆ เค้าว่ากันว่า รูปแรกสวยบาดใจใครแถวนี้เลยเชียว อ้าว เข้ามาเม้าท์เรื่องสีผมเฉยเลย อิอิ งั้นไปอ่านสาระต่อก่อนนะ น้องบอน คิดฮอดเด้อค่า ฝากบอกคุณครูศศิพรด้วยนะจ๊ะ ว่าคิดถึง
โดย nataya เมื่อ 15 มกราคม 2551 เวลา : 17:00

ความคิดเห็นที่ 6
:))) มาส่งยิ้มค่า...
โดย conqueror เมื่อ 15 มกราคม 2551 เวลา : 19:09

ความคิดเห็นที่ 7
คุณnataya คะ หน้าพี่ไปบาดใจใครเค้าล่ะ บอกมานะ พี่จะไปทำแผลให้...ฮ่า...
โดย pijika เมื่อ 16 มกราคม 2551 เวลา : 13:12

Read More......

Monday, January 14, 2008

ด้วยแสงแห่งความรัก ความเข้าใจ กับแขกรับเชิญของ Only the lonely

" คนหนึ่งๆ สามารถก่อให้เกิดความแตกต่างขึ้นได้จริงๆ ยิ่งคน 2 คนยิ่งช่วยให้เกิดชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม"


หากได้มองเห็นชีวิตในแง่มุมที่แตกต่าง ย่อมมองเห็นหลายสิ่งที่งดงามในโลกใบนี้





รายการ Only the lonely ได้เชิญ อ.วิทยากร เชียงกูล มาออกรายการ เมื่อ 21 ธ.ค.2550 เมื่อออกรายการแล้ว อ.วิทยากร
ได้กลับไปเปิดดูเวบไซต์ ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล หลังจากที่พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์ เปิด phone in สัมภาษณ์สดๆ คุณนิด แฟนพันธุ์แท้วิทยากร เชียงกูลกว่า 5
นาที ทำให้ อ.วิทยากร เริ่มหันมาสนใจเวบไซต์ของท่าน ซึ่งปกติแล้ว ท่านไม่ค่อยรู้เรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่มากนัก



แล้วท่านก็เกิดความคิด โครงการเพื่อสังคม ส่งเสริมการอ่าน ฯลฯ โดยสรุปแล้ว
มาในแนวทางความใฝ่ฝันของพี่ฮอลล์ที่เคยอ่านเจอในเวบไซต์สมาคมนักเขียน หลังจากนั้น อ.วิทยากร
ได้เปิดบ้านพักให้คุณนิดเข้าไปเยี่ยมบ้านแถว อบต.บางพลับ นนทบุรี ปรึกษาหารือโครงการใหม่ กับแนวร่วมแฟนคลับของท่าน





เพราะการได้พูดออกรายการ Only the lonely ในประเด็นที่ไม่เคยมีใครสนใจที่จะเชิญ อ.วิทยากร เชียงกูลมาสัมภาษณ์มากนัก
นอกจากเรื่องการบ้านการเมือง จึงจุดประกายให้เกิด แนวคิด ความใฝ่ฝัน พลัง และความตั้งใจ
ที่อยากจะถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้รักการอ่าน ในวิญญาณของความเป็นครู นายบอนเลยเตรียมที่จะทาบทาม อ.วิทยากร เชียงกูล และ 2
สาวสุดขั้ว คุณนิด และ อ.วิภา ลูกศิษย์ของ อ.วิทยากร ....
ซึ่งทั้งสองสาวมีนิสัยใจคอสไตล์พี่ฮอลล์และลีลาการพูดในแบบพี่ปุ้ย รวม 3 ท่าน มาให้เป็นแขกในรายการอีกรอบซะเลย
ซึ่งทั้งสามท่านแสดงความสนใจและยินดี ซึ่งคุณนิดจะเข้าไปปฏิบัติภาระกิจใน กทม. ราวปลายเดือน หรือ ต้นเดือน ก.พ.
ถ้าจังหวะเวลาลงตัว ติดต่อ 3 ท่านให้พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์ทันที




เหตุที่ทาบทามมาเป็นแขกรับเชิญให้พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์นั้น เพราะคลิปวิดีโอที่ อ.วิทยากร ไปออกรายการ Only the lonely นี่เอง
ครู อาจารย์ นักเรียน นักอ่านแฟนหนัง
สือของ อ.วิทยากรบางท่านที่มีโอกาสได้ชม ชอบมาก
เพราะไม่ค่อยเห็นท่านให้สัมภาษณ์ในประเด็นเช่นนี้มาก่อน จนมีเสียงเรียกร้องขอ CD รายการไปดูแบบเต็มๆ ซึ่งคงจะได้มีการ
write CD แจกจ่ายกันต่อไป







.... เป็นการโปรโมทรายการให้พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์อีกด้วย












จะมีสักกี่คนที่จะได้เห็นแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามผลงาน ได้มายืนมองดูตู้หนังสือของนักเขียนที่ตนชื่นชอบและศรัทธา ด้วยแววตาที่เป็นประกายที่เปี่ยมสุข เชื่อ
มั่น และศรัทธาอย่างแรงกล้า ในขณะที่นักเขียนในดวงใจ เปิดตู้หนังสือ โน้มตัวเข้าไปหยิบหนังสือหายาก ออกมายื่นให้ แล้วถามว่า "...เล่มนี้มีหรือยัง"







- - - - - -

แขกรับเชิญทางเลือก


- - - - - -







เมื่อ ศุกร์ที่ 11 ม.ค.51 นายบอนพึ่งจะส่งหนังสือทำมือ "ก่อร่าง สร้างฝัน ที่หนองสรวง" ให้พี่ปุ้ยและ SMS
แจ้งพี่ฮอลล์ว่า หาแขกรับเชิญให้พี่ได้แล้วนะครับ สามารถมาออกในรายการได้ ศุกร์ที่ 18 ม.ค.ได้เลย
แต่พี่ฮอลล์รีบโทรมาบอกนายบอนว่า ศุกร์ที่ 18 มค. ติดต่อแขกรับเชิญเตรียมไว้แล้วจ้า เลยตอบพี่ฮอลล์ไปว่า
งั้นก็วันศุกร์ถัดไปละกันนะครับ คือ ศุกร์ที่ 25 ม.ค.2551






พอเค้า ok จะมาออกรายการให้พี่ฮอลล์กะพี่ปุ้ย ได้ยินแบบนี้แล้ว นายบอนยิ้มร่าเลย แบบนี้สบายพี่สาวทั้ง 2 คนของเราแล้ว
แถมมีข้อมูลเป็นหนังสือทำมือเสิร์ฟให้พร้อม อย่างน้อย พี่ปุ้ยและพี่ฮอลล์จะได้เตรียมรายการได้ง่ายขึ้นอย่างน้อยก็ 1 วันล่ะ


เออ แค่ช่วยหาคนมาออกทีวีให้ ก็ยากเหมือนกันนะกว่าจะมีคนกล้าพอที่จะออกทีวีให้พี่ฮอลล์เชือด เอ๊ย สัมภาษณ์


ซึ่งงานนี้ นายบอนก็จะโผล่ไปด้วยเช่นเคย (หาเรื่องไปจนได้สิ)





ข้อมูลของแขกรับเชิญ


- นายอำนาจ แสงสุข อายุน้อยกว่าพี่ปุ้ย 4 ปี



- จากบ้านเกิดมาตั้งแต่เด็กๆ แต่กลับรักถิ่นฐานบ้านเกิดมากกว่าคนที่เติบโตในถิ่นฐานบ้านเกิด เคยทำงานเป็นนักประชาสัมพันธ์
นักข่าวท้องถิ่นที่อยุธยา เป็นพนักงานโรงแรม พนักงานโรงงาน และธุรกิจส่วนตัวบนแนวคิดความพอเพียง



- จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ด้วยความที่เป็นนักคิด นักเขียนในแบบของตนเอง จึงมีแนวคิดที่น่าสนใจเชิงปรัชญา โดยเขียนบันทึก
ลำนำคำคมคนท้องถิ่น และมีแนวคิดในเรื่องปรัชญาความรัก การครองเรือนที่น่าสนใจไม่น้อย



ผลงานที่น่าสนใจในแบบเฉพาะตัวของเขา



อันนี้คือ รายละเอียดคร่าวๆจากในหนังสือทำมือ..





1.ก่อตั้งชมรมอาสาพัฒนาท้องถิ่นที่กาฬสินธุ์ รวบรวมกลุ่มลูกหลานที่แยกย้ายไปทำงาน + เรียนที่ต่างๆ ปลุกสกนึกรักษ์บ้านเกิด
2.ทำการศึกษาวิจัยสภาพพื้นที่บ้านเกิด เปรียบเทียบจุดอ่อนของท้องถิ่นบ้านเกิดตัวเองกับพื้นที่อื่นที่เจริญกว่า แล้วมอบให้ อบต.เก็บใส่ตู้ไว้ !!!
3.รวมตัวตั้งกลุ่มรักษ์ไผ่สีทองเกษตรแบบพอเพียงและสัจจะออมทรัพย์เพื่อการผลิต ที่โคราชจนถูกนักการเมืองเขม่น ในที่สุดต้องล้มเลิกไป

4.จัดทำบทเรียนจากชุมชน เรื่องการศึกษาเชิงกลยุทธที่ ต.โตนด โคราช
5.จัดตั้งชมรมเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อการพัฒนา
6.เขียนบันทึกลำนำคำคมคนท้องถิ่น
7.ทดลองจัดทำจุลสารคนรักท้องถิ่น
8.เป็นที่ปรึกษาชุมชน ให้คำแนะนำจดแจ้งภูมิปัญญาท้องถิ่นกับกลุ่มอาชีพต่างๆในชุมชนที่ตนอยู่อาศัย ก่อนที่ชาวต่างชาติจะแอบมาจดสิทธิบัตรไปก่อน
9.ริเริ่มต้นทำกองทุนศิษย์เก่าเพื่อน้อง มอบจักรยานเพื่อน้องที่ขาดแคลนในท้องถิ่นบ้านเกิด
10.ริเริ่มแนวคิดจัดทำเวบไซต์ของบ้านเกิด แม้จะล้มลุกคลุกคลานไปบ้าง

11.มีข้อเสนอ + แนวความคิดดีๆ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดหลายโครงการ รอนักการเมืองท้องถิ่นที่เห็นคุณค่านำไปใช้








....ว่าแต่ จะเหมาะกับการเป็นแขกรับเชิญในรายการ only the lonely รึเปล่าเนี่ย...




.... แต่ก็มีประเด็นให้เลือกหยิบมาสัมภาษณ์ได้พอสมควร รวมถึงเรื่องความรักความสัมพันธ์


เค้ารักและผูกพันกับถิ่นฐานบ้านเกิดขนาดนี้ แล้วความรักต่อครอบครัว ภรรยาและลูกของเค้าล่ะ จะขนาดไหน...


แต่คนที่รู้จัก และเคยอ่านหนังสือของเค้า อยากให้ถามคำถามเหล่านี้มากกว่า

1. ชีวิตผ่านอะไรมาตั้งเยอะ ทำไมถึงเลือกแต่งงานกับสาวโคราช แถมอายุมากกว่าอีก


2. ใช้ชีวิตยังไง ถึงไม่เสียคน หลงในอบายมุข


3. ทำยังไงถึงได้รักเดียวใจเดียว มั่นคงถึงขนาดนี้


4. ทำไมถึงรักบ้านเกิดมากนัก ทั้งๆที่ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิด (กาฬสินธุ์) น้อยมากๆ



5. ทำไมถึงรักษาจุดยืน อุดมการณ์เพื่อสังคมได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ในขณะที่หลายคน เปลี่ยนใจไปแล้ว



ฝากคำถามให้พี่ฮอลล์พี่ปุ้ย เอาไปใส่ในสคริปรายการของศุกร์ที่ 25 ม.ค.51 ละกันครับ
เมื่อคืนลองถามเค้าแล้ว คุณอำนาจบอกว่า จะออกรายการสดตอน 5 ทุ่มก็ได้ แต่ถ้าจะบันทึกเทปไว้ ตอน 2 ทุ่ม หรือ 3 ทุ่ม คงจะพูดได้คล่องกว่า เพราะยังไม่ง่วง
วันที่ 25 จะอัดเทปไว้ก็ได้ แล้วแต่พี่ฮอลล์ พี่ปุ้ยจะจัดให้ละกันเด้อครับ

ต้องเตรียมของฝาก ไปยั่วน้ำลายพี่ๆซะหน่อย !!!!!





ประมวลภาพบุกบ้านเกิดของเค้าคนนี้ มาฝากกัน ที่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์




ภาพที่เห็นคือ แพขนานยนต์ ขนรถบรรทุก มอเตอร์ไซต์ข้ามฝั่ง







บรรยากาศที่บ้านเกิดเค้า








ชีวิตริมเขื่อนลำปาว






เด็กนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่เขาอยากช่วยเหลือ


















ไปค้นหาข้อมูลของหนังสือทำมิอเล่มนี้มา มีข้อมูลที่นำเสนอทาง internet เท่าที่เห็นข้างล่างนี้ครับ
(เล่มนี้ น้องดาว alphabet เคยอ่านแล้ว)

สารบัญ เชิญคลิกอ่าน หรือคลิกขวา เพื่อ save as (PDF file)
- คำนำ
- จากใจผู้เขียน
- คำนิยม
- แนะนำตำบลหนองสรวง

- เกี่ยวกับผู้เขียน
-จุดเริ่มต้น
- พระคุณที่ไม่เคยลืม
- สมาชิกกลุ่มถุงน้ำแข็ง
- จุดแห่งการเริ่มต้น ที่บ้านเกิด
- มรดกจากพ่อตา
- นักข่าวชาวบ้าน น.เมืองสรวง
- กลุ่มรักษ์ไผ่สีทอง

- ศูนย์เครือข่ายเรียนรู้เพื่อชุมชน
- คำคมคนท้องถิ่น
- จุลสารคนรักท้องถิ่น
- ผลพวงจากความตั้งใจ สำนึกรักบ้านเกิด
- มองไกลในวันวาน
- แรงขับเคลื่อนจากเพื่อนเก่า
- เพิ่มพลังความคิดด้วย Mind Map

- กองทุนศิษย์เก่าเพื่อน้อง

- เงิน 3000 บาท พลิกชีวิต
- เพื่อนร่วมทาง
- กำเนิด สคถ.หนองสรวง
- ก่อร่าง สร้างเวบ
- ออกแบบเวบไซต์ด้วย Mind Map
- วันที่ความฝันสลายลง
- ช่างภาพมือไว

- มเหศักดิ์หลักบ้าน

- หอยแครงคนจน
- ต่อยอดความคิดที่คำสร้างเที่ยง
- ออกแบบเพื่ออนาคต - ขายผลิตภัณฑ์ชุมชนในเวบไซต์
- ออกแบบเพื่ออนาคต - วางแผนบริหารโครงการต่างๆ
- ผลิดอกออกผล
- แทนกายแทนใจ

- ก่อร่างสร้างฝันแบบคนขายอาหารไก่
- เติมฮักเติมแฮง ร่วมแรงร่วมใจ

- 14 ประเด็นน่าคิดใน ก่อร่างสร้างฝันที่หนองสรวง
- เกี่ยวกับผู้เขียน




ความคิดเห็นที่ 1
อิจฉาน้องกางเกงแดง ;)
โดย kooyik เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 11:45

ความคิดเห็นที่ 2
หาเวลามาเที่ยวกาฬสินธุ์สิครับ แล้ว kooyik จะนั่งจะนอนยังไงก็ได้นะครับ ให้คนอื่นอิจฉาบ้างน่้ะ :))))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 11:47

ความคิดเห็นที่ 3
กุ้ง อิจฉาคนลอยคอมากกว่า ตอนนี้ เริ่มร้อนเหมือนเดิมแล้ว อยากลอย คอให้ หาย บ้าคะ
โดย ชิก้า เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 12:29

ความคิดเห็นที่ 4
เป็นโครงการที่ดี ที่คนในชุมชนช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองค่ะ
โดย ฝ้าย เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 12:35

ความคิดเห็นที่ 5
วันนี้บ่าย ได้รับหนังสือจากนายบอนเรียบร้อยแล้ว เจอกันวันศุกร์ 25 มค.นะคะ
โดย พี่ปุ้ย/บางมด เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 15:28

ความคิดเห็นที่ 6
แ หม คุณซิก้า ต้องรีบมาเที่ยวกาฬสินธุ์เลยนะครับ จะได้ไม่ต้องอิจฉาคนที่ลอยคอ อย่างในตอนนี้ มาลอยคอแล้วไม่บ้าแน่นอน มีแต่จะ Happy เพราะหายร้อนนะครับ
โดย บอน sata1msu เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 15:32

ความคิดเห็นที่ 7
โครงการที่ดี แต่มีคนลงมือทำน้อยลงทุกๆทีครับคุณฝ้าย แต่ก็ดีกว่าไม่มีเสียเลย :)))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 15:32

ความคิดเห็นที่ 8
ok ครับพี่ปุ้ยแล้วเตรียมขนของฝากกลับขึ้นยรถด้วยนาครับ :))))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 15:33

ความคิดเห็นที่ 9
ข อบคุณน้องบอนมากๆๆๆๆ เลยค่ะ นอกจากจะตั้งใจชมรายการ ขวนขวายช่วยโปรโมท มาเที่ยวหา มาเป็นแขก หาแขกให้ ยังมีโปรเจ็คท์ต่อเนื่องให้ตลอด ยอดมากๆ เลยค่ะ แล้วเจอกันอีกนะคะ
โดย pijika เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 16:07

ความคิดเห็นที่ 10
ชื่นชมค่ะ ^^
โดย conqueror เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 17:05

ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณมากค่ะนายบอนมากนะคะ ที่นำเรื่องราวดีๆมาเล่าเสมอๆ ... ;)))
โดย คิมค่ะ ... เมื่อ 14 มกราคม 2551 เวลา : 23:01

ความคิดเห็นที่ 12
แหม หลายมากๆๆๆๆจังเลยครับพี่ฮอลล์ :))))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 15 มกราคม 2551 เวลา : 11:15

ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณครับ conqueror
โดย บอน sata1msu เมื่อ 15 มกราคม 2551 เวลา : 11:15

ความคิดเห็นที่ 14
ครับคุณคิม เดี๋ยวโอกาสเหมาะ เขียนบันทึกนินทาคุณคิมแบบเต็มๆซักวันดีมั้ยน้า :)))))))
โดย บอน sata1msu เมื่อ 15 มกราคม 2551 เวลา : 11:16

Read More......

Thursday, January 10, 2008

Only the lonely 9 Jan 2551 - ผู้ชายเศร้าที่สุด เมื่อเจอกับเรื่องอะไร

ดูท่าทางว่าตลอดทั้งสัปดาห์นี้ รายการ Only the lonely จะยืนพื้นบน concept เรื่องเศร้าในช่วง talk เพราะคืนวันอังคาร เปิดประเด็น "เรื่องที่ผู้หญิงรู้สึกเศร้า.." มาคืนวันพุธ เป็นประเด็น "เรื่องที่ผู้ชายรู้สึกเศร้าที่สุด".....

ดูท่า วันพฤหัสนี้ อาจจะเป็นประเด็น "เรื่องที่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ รู้สึกเศร้าที่สุด..."

รึเปล่าครับพี่ปุ้ย :)))



ช่วงเปิดรายการเมื่อคืนวันพุธ พี่ปุ้ยรีบหาจังหวะ ชี้แจง เรื่องที่ถูกพาดพิงใน mblog เรื่องที่ไปทำผมแล้วนายบอนดูทางหน้าจอทีวี ดูไม่แตกต่างจากเดิม
พี่ปุ้ย รีบชี้แจง ทั้งไปทำผมบ่อยๆ สระก็บ่อย แล้วก็หันข้างหลัง ทั้งซ้าย ขวา ให้กล้องจับชัดๆ ... นายบอนก็พยายามจ้องดู เลยจับภาพมาให้ดูใน mblog ไม่ทัน แต่ที่เห็นต่าง ก็ตรงสีผมที่หวีปัดเท่านั้นเอง... เอาไว้สัปดาห์หน้า ตอนเจอตัวจริง คงต้องถ่ายรูปทรงผมให้เห็นชัดๆว่า เปลี่ยนแปลงตรงไหน....



คืนวันพุธ พี่ฮอลล์บอกว่า ไปตระเวณหาบรรดาผู้ชายมาเป็นแขกรับเชิญในรายการ แต่ไม่มีใครยอมมา เพราะผู้ชายไม่ยอมรับว่าเศร้า.....



หยิบเอาประเด็นจาก VTR ที่ออกในรายการมาดูบ้าง

"....ผู้ชายรู้สึกเศร้าที่สุด เมื่อเจอกับเรื่องอะไร..."

ญ - ไม่ทราบแน่ แต่ตอนนี้ คงเศร้ากับข่าวพระพี่นาง
ญ - ถูกผู้หญิงดูถูกมั้ง จนต้องเสียฟอร์ม

ช - เสียญาติ พ่อแม่ เพื่อน คนที่เรารัก
ช - อกหักครับ ขึ้นกับความสัมพันธ์ด้วย ถ้ามาก ก็เจ็บนาน
ช - ความรัก .. ผู้ชายทุ่มเทเรื่องความรักมาก ถ้าผิดหวังจะสะเทือนใจ

ช - เรื่อง พ่อแม่หย่ากัน และอีกเรื่อง ในตอนนี้ เรามาทำงานใน กทม. ไม่ได้อยู่ต่างจังหวัดนานๆ คนอื่นมีสิทธิ์จัดการมรดกของเขาได้ จะกลับถิ่นฐานเลยไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนยังไง

เข้าช่วง talk พี่ฮอลล์ก็พูดตามสคริปว่า สำหรับเรื่องเศร้าๆนั้น ผู้ชายหาทางออกโดยพูดเรื่องอื่น กินเหล้าบ้าง ลูกผู้ชายไทย แบกภาระค่านิยมของสังคมที่จะต้องไม่แสดงความเศร้าออกมา + น้ำตาจระเข้ (ร้องไห้ไม่เป็น..)

ขึ้นปีใหม่ พี่ปุ้ยเริ่มมี only the lonely poll ซะด้วย
only the lonely poll ผู้ชายจะเศร้าเมื่อเจอเรื่อง....

อันดับ 1 เลย เศร้าต่อการสูญเสียคนอันเป็นที่รัก (ตายจากกัน)

พี่ฮอลล์ขอเล่าเองเลย ถึงความผูกพันของพี่ชายคนโต และพี่ชายคนที่ 2 ของพี่ฮอลล์
พี่ชายคนโต เป็นเหมือน พ่อ และเพื่อน แทบจะเป็นทุกอย่างของพี่ชายคนที่ 2 ของพี่ฮอลล์ สุข ทุกข์มาด้วยกัน

แต่แล้ววันหนึ่ง พี่ชายคนโต เสียชีวิตด้วยอายุเพียง 40

ทำให้พี่ชายคนที่ 2 ร้องไห้เป็นปีๆ นั่งร้องไห้น้ำตานองเป็นแอ่งน้ำ (สำนวนของพี่ฮอลล์) ตาบวมแดง จนในที่สุด ใช้เหล้าช่วย ดื่มๆๆๆๆๆ จนในที่สุด พี่ชายคนที่ 2 เสียชีวิตก่อนช่วงรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ซึ่งในช่วงนั้น พี่ฮอลล์เลยต้องไปช่วยจัดงานศพที่เชียงใหม่





หมายเหตุ ภาพขวาสุด มาจากเวบไซต์อื่น ไม่ใช่พี่ชายของพี่ฮอลล์นะครับ

พี่ฮอลล์พยายามเขียนเรื่องราวของพี่ชาย แต่พยายามเขียนและแก้ไข 6 รอบแล้ว ตั้งใจเขียนไม่ให้เหมือนประจานคนกินเหล้า แต่คงยังไม่ได้อย่างใจ
..... แหม จะได้อ่านตอนไหนครับเนี่ย จะทันงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เม.ย.2551 รึเปล่าล่ะพี่ จะได้ไปดูพี่ฮอลล์เปิดตัวหนังสือเหมือนนักเขียนคนอื่นเค้ามั่งน่ะ...







ถึงทีพี่ปุ้ย เล่ามั่ง พี่ปุ้ยซึ่งมีพี่ 2 น้อง 2 คน ในช่วงจัดงานศพให้กับคุณแม่ ซึ่งที่ผ่านมา พี่ปุ้ยได้ทำหน้าที่ของลูกอย่างดีที่สุด อย่างเต็มที่กับคุณแม่ของตัวเองแล้ว เมื่อถึงช่วงจัดงานศพ พี่ปุ้ยไม่ม่น้ำตาเลย แต่บางช่วงเวลาก็แอบเศร้าบ้าง ส่วนน้องสาวของพี่ปุ้ย ร้องไห้ยกใหญ่เลย....






เอ น้องสาวคนที่พามาในวันที่บันทึกเทป หลวงพ่อน้อย หรือเปล่าครับ ที่ร้องไห้ในตอนนั้น ???



หลังจากเม้าท์กัน 2 คน ก็ถึงคิวของ คุณอุ้ม นักดนตรีจากวงเทอร์โบ หนุ่มสุพรรณ ก็โทรมาเล่าเรื่องเศร้ากะเค้าบ้าง เรื่องที่ภรรยาของเขา มีหนุ่มคนใหม่หลังจากที่เจอหนุ่มคนใหม่ตอนวันสงกรานต์ จนคุณอุ้ม เทอร์โบ เอะใจ ตามสืบเรื่องราว เลยรู้ว่า ภรรยาไปคบกับหนุ่มคนนั้น ซึ่งเขาก็มีครอบครัวแล้ว

คุณอุ้ม เทอร์โบ มีลูกกับเธอ 1 คน อายุ 4 ขวบ อยู่กับภรรยาคนนี้มา 3 ปี
.... มาถึงตอนนี้ พี่ปุ้ย พี่ฮอลล์ งง อยู่กันมา 3 ปี แต่ลูกอายุ 4 ขวบ เอ.... นับเลขยังไงหว่า
คุณอุ้ม เทอร์โบ บอกว่า ไม่ได้แต่งงานกัน แค่ทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือกันเท่านั้น.. ช่วงที่อยู่ด้วยจริงๆ กัน คือ 3 ปี

เมื่อคุณอุ้ม เทอร์โบ เจอแบบนี้เข้า ก็เสียใจ เธอไม่น่าทำแบบนี้เลย
เธอนั้น เป็นคนขี้หึง ยิ่งคุณอุ้มเป็นนักดนตรี มีผู้หญิงเข้ามาหาบ่อย คาดว่า อีกไม่นาน คุณอุ้มคงเจอสาวคนใหม่







ในตอนนี้ คุณอุ้มกับเธอเลิกกันแล้ว คุณอุ้มไปอยู่บ้านแม่ ส่วนลูกวัย 4 ขวบ ไปอยู่กับเธอ
และในที่สุด เธอก็เลิกกับผู้ชายคนนั้นแล้ว แต่คุณอุ้มรู้มาว่า ปัจจุบัน เธออยู่กับทอม

คุณอุ้ม เทอร์โบ รู้สึกเศร้า ที่ต้องเสียเมีย และลูก ช่วงหนึ่ง ถึงขนาดคิดสั้น
...แต่แล้วก็ตั้งสติ คิดใหม่ เมื่อก่อนไม่มีเธอ ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ เลยเลิกคิดสั้น ใช้ดนตรีเป็นเพื่อน

แหม เป็นหนังชีวิตในยามดึกก่อนนอนเสียด้วย

ดึกจัด ง่วงนอน เลยดูได้เท่านี้....

ไม่ว่า ชีวิตของคนเรา จะผ่านความเศร้ามามากน้อยเพียงใด
สิ่งที่สำคัญคือ หลังจากนั้น มีวิธีคิดและทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง.
....เพื่อให้ตัวของเราก้าวเดินต่อไป ในวันที่ไม่เหมือนเดิม......





ความคิดเห็นที่ 1
ไม่มี clip เหรอครับ ;)
โดย kooyik เมื่อ 10 มกราคม 2551 เวลา : 13:38

ความคิดเห็นที่ 2
วันนี้ไม่มีคลิบ แต่รายงานได้ละเอียดดีค่ะ
โดย nataya เมื่อ 10 มกราคม 2551 เวลา : 17:10

ความคิดเห็นที่ 3
คนทุกวันนี้ไม่เชื่อบาปเชื่อเวรกันหรืออย่างไรนะ? หรือว่านึก "อยาก" จะทำอะไรก็ทำ?
โดย 11arrows เมื่อ 10 มกราคม 2551 เวลา : 19:46

ความคิดเห็นที่ 4
ภาพฉากเขียว ที่พี่ฮอลล์สวมหมวก ผู้ชายคนนั้นเขาคือ คุณเรืองรอง รุ่งรัศมี ผู้แปล 'เดียวดายใต้เงาจันทร์โกวเล้งรำพัน' หนังสือที่พี่ฮอลล์คลั่งไคล้มากๆๆๆ อีกเล่มค่ะ///// เขียนละเอียดจัง ขอบคุณนะคะ
โดย pijika เมื่อ 12 มกราคม 2551 เวลา : 13:25

Read More......

Wednesday, January 9, 2008

Only the lonely 8 Jan 2550 : เมื่อ Pijika กลับมาจัดรายการ- ความเศร้าหลังปีใหม่ของ ดร.ปุ้ย + MV แก้วกัลยา

ในช่วงเวลาถวายความอาลัย สมเด็จพระพี่นางฯ เปิดดูทีวีตอน 5 ทุ่ม ได้เห็น MV เพลง แก้วกัลยา ขับร้องโดย ผู้พิการทางสายตา ด้วยเสียงร้องที่ไพเราะจับใจ ซึ่ง ดร.นรินทร์ กรินชัยบอกว่า เป็นการชดเชยในส่วนที่ขาดหายไปของพวกเขา จึงขับร้องออกมาได้อย่างไพเราะจับใจจริงๆ

นี่คือ MV เพลง แก้วกัลยา



หากคุณเปิดมาไม่เจอ หรือ load ได้ช้ามากๆ เพราะ youtube ในช่วงนี้มีปัญหา คลิกชมที่ http://youtube.com/watch?v=K8U1Hmf5jpw

ดาวน์โหลด เก็บไว้ชม (บางเวลาอาจจะดาวน์โหลดไม่สำเร็จ ขึ้นกับความเร็ว internet ของท่าน


Download Link (.flv - Flash Video)

Click Here for a Free FLV Player ตัวเปิดไฟล์ .flv - Flash Video

...หลังจากเมื่อคืนวาน พี่ฮอลล์ Pijika ป่วยจนมาจัดรายการไม่ได้ คืนวันอังคารท่านพี่ก็โผล่มาแล้วนะครับด้วยทรงผมทรงใหม่ จนพี่ปุ้ยพูดแซวว่า "น้องฮอลล์"
เห็นทรงผมต้อนรับปีใหม่ของพี่ฮอลล์แล้ว ยิ้มเกือบหุบไม่ลง





มีรูปเปรียบเทียบให้ดูด้วย ทั้งทรงผมเวอร์ชั่นปีเก่า และปีใหม่





ไม่รู้ว่า ทรงใหม่เนี่ย พี่ฮอลล์ไปเดินแถวไหนมาเนี่ย ทำทรงผมตามแบบสาวๆแถวไหนน้อ ดูอินเทรนด์จริงๆ
ส่วนพี่ปุ้ยบอกว่า นั่งแท๊กซี่ไปทำผมที่แกรมเมอร์แฮร์แคร์มาเหมือนกัน แต่ทว่า ดูในจอทีวี ดูไม่ออกเลย เหมือนเดิม ต้องไปดูตัวจริงถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน

ทรงผมพี่ปุ้ยไม่ค่อยเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ เห็นแต่หวีปัดไปปัดมา ไว้ผมสั้นอย่างนี้ เสียเปรียบพี่ฮอลล์ซะแล้ว


พี่ฮอลล์มาจัดรายการวันนี้ ไม่รู้สวมบทหญิงอึดเหมือนเดิมรึเปล่า พี่เค้ายิ่งทุ่มเทให้งานมากๆ เรื่องพักผ่อนเอาไว้ทีหลัง ถ้าป่วยก็หยุดพัก...
ทำทรงผมลดอายุตัวเองยังงี้ดูสะดุดตาดี แต่ทว่า น้ำเสียงที่พูดในโทนนี้ เหมือนช่วงปีก่อนที่มาจัดรายการทั้งๆที่เป็นไข้ตัวร้อนเลยนะครับ...





เอ้า เขียนถึงเนื้อหาในรายการบ้างดีกว่า ให้บันทึกนี้ ดูมีสาระซักหน่อย :)))

ช่วง Talk คุยในหัวข้อ "เรื่องที่ผู้หญิงอย่างเรารู้สึกเศร้าที่สุด" เพราะวันอังคาร เป็นวันที่จัดเนื้อหาสำหรับผู้หญิง

เก็บประเด็นใน VTR ที่ไปถามนานาทัศนะ ผู้หญิงเศร้ามากที่สุด เมื่อเจอกับเรื่องอะไร
- เหตุการณ์ที่เจอเมื่อวัยเด็กที่กระทบจิตใจ แล้วมาเจออีกครั้งหนึ่ง
- ความสวยความงาม
- ความรัก

- การเรียนตกต่ำ
- ทำดีให้ใครสักคน แล้วเขาคนนั้นมองข้าม ไม่เห็นคุณค่า
- ไม่มีเงินใช้ เครียด
- เรื่องผู้ชาย เพราะมีความรักเข้ามาในชีวิตมาก (ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนตอบ)
- การสูญเสียของสำคัญ คนในครอบครัว ผู้เป็นที่รัก
- อกหักจากคนรัก เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่อ่อนไหวง่าย
- แฟนนอกใจ รักมากจึงผิดหวังมาก

แขกรับเชิญ คือ คุณอิ๋ม กันวรา เจียประเสริฐ ที่เป็นออกาไนเซอร์ ลูกจ้าง ฟรีแลนซ์ ฯลฯ สาวจากลำปาง ที่มาเรียนและใช้ชีวิตใน กทม. ซึ่งเป็นคนที่เคยเชิญมาออกรายการเมื่อสมัยที่รายการ Only the lonely ออกอากาศทางช่อง News1 ซึ่งเรื่องเศร้าของเธอในช่วงปีใหม่คือ คุณอิ๋มไม่ได้กลับบ้าน ต้องอบู่ใน กทม. เมื่อไม่ได้อยู่กับคนในครอบครัวในวันหยุดเทศกาลปีใหม่ จึงรู้สึกเศร้า เหงาจริงๆ

เปิดประเด็นในแนวนี้ ก็เข้าทางเม้ากันสนุกปากเลย พี่ฮอลล์ก็บอกว่า ปีใหม่ได้กลับบ้านเพราะได้น้องช่วยค่าน้ำมัน ถ้าพี่ฮอลล์ไปเอง คงดไป เพราะค่าน้ำมันแพงเหลือเกิน แล้วเวลาที่พี่ฮอลล์กลับบ้าน จะมีเงินจ่ายค่าน้ำมันรถอย่างเดียวคงไม่พอ กลับบ้านต้องมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายอย่างอื่นๆ ติดตัวกลับไปใช้สอยที่บ้านด้วย ต้องใช้เงินตลอด ถ้าพี่ฮอลล์ไปแบบกระเป๋าแฟบ ก็ไม่อยากจะกลับ

ส่วนพี่ปุ้ย เรื่องเศร้าช่วงปีใหม่ คือ เงินค่าสอนพิเศษยังไม่ออก การเงินเลยฝืดนิดๆ.....



โห..................... รับบทเป็นพิธีกร รับบทเป็นอาจารย์ และอีกหลายๆบทบาทในมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีเวลาสอนพิเศษอีกด้วย น่าสงสัยจริงๆว่า พี่ปุ้ยเค้านอนวันละกี่ชั่วโมงล่ะเนี่ย ดูหน้าตาพี่ปุ้ยในรูปสิครับ พอพูดถึงเรื่องเศร้าช่วงปีใหม่ (เพราะเงินค่าสอนพิเศษยังไม่ออก) ...



... แหม หน้าตาดูเศร้าจังเลยนะครับ 555555555555555

ยามดึกๆ ที่กาฬสินธุ์ อากาศเย็น ยิ่งดึกยิ่งง่วง
ช่วง talk เอาหัวข้อเรื่องเศร้ามาพูด เศร้ายามดึก เดี๋ยวนอนไม่หลับ เลยเข้านอนดีกว่า เพราะง่วงนอน...

.... แต่ข่าว น้ำมันพืช ขึ้นราคา เป็นเรื่องน่าเศร้าเหมือนกันนะครับ เวลาสั่งข้าวราดแกง เอาไข่เจียว ไข่ดาว ก็จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ปกติ บางร้าน ถ้าจะเพิ่มไข่ดาว จ่าย 7 บาท ต่อไป ต้องควักเงินเพิ่มอีกสิครับ

Read More......

ตุ้ย เอ๊กเรย์ ตรวจสุขภาพ มองอนาคต ทาง SMS

สำหรับพี่ตุ้ย เอ็กเรย์ จักรินทร์ โกศัยดิลก หรือ คนตาทิพย์
ที่มีสัมผัสพิเศษ มองเห็นภาพอนาคตของหลายคนได้อย่างเหลือเชื่อ

การจัดรายการ มองสุขภาพกับตุ้ย เอ๊กเรย์ ทาง ASTV3 ทุกวันอังคาร 20.30-22.00 น.
นอกจากให้ผู้ชมรายการ โทรศัพท์เข้ามา เพื่อให้พี่ตุ้ย เอ็กเรย์สดๆในเวลานั้น แล้ว

ท่านที่ส่ง SMS เข้าไปในช่วงจัดรายการสด
พี่ตุ้ย สามารถมองที่ข้อความ SMS และมองอนาคตของผู้ที่ส่งข้อความนั้นได้ทันที
พร้อมคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผล

เป็นอะไรที่เหลือเชื่อเหลือเกิน
แต่หลายท่านที่ให้พี่ตุ้ย มองอนาคตทางทีวี ถึงกับอึ้ง ว่าทำไมถึงแม่นยำถึงเพียงนั้น

นี่คือ บางช่วงบางตอนของคลิปวิดีโอที่พี่ตุ้ย เอ็กเรย์ มองอนาคตจากการเพ่งมอง ข้อความ SMS เมื่อคืนวันอังคารที่ 8 ม.ค.2551 ที่ผ่านมา





ความคิดเห็นที่ 1
ช่วยดูให้ทีดิ เมื่อไหร่นักการเมืองน้ำเน่าพวกนี้จะตายๆไปให้หมดจากสังคมประเทศไทยเสียที...เบื่อจัง
โดย kathatyai เมื่อ 10 มกราคม 2551 เวลา : 1:04

ความคิดเห็นที่ 2
ทำได้ไงอ่ะ...แล้วเห็นอนาคตประเทศไทยหรือเปล่าคะ??
โดย conqueror เมื่อ 10 มกราคม 2551 เวลา : 9:39

ความคิดเห็นที่ 3
เรื่องนักการเมืองที่แย่ๆสงสัยช่วงนี้ เมืองไทยยังมีกรรมอยู่ เลยทำให้คนเหล่านี้ ยังคงวนเวียนอยู่เรื่อยๆ เฮ้อ
โดย บอน sata1msu เมื่อ 10 มกราคม 2551 เวลา : 11:33

ความคิดเห็นที่ 4
พี่ตุ้ยก็มองอนาคตเหมือนกันนะครับคุณ conqueror แต่ไม่ได้พูดตรงๆในรายการ ต้องไปกระซิบถามพี่ฮอลล์ว่า เห็นอนาคตอย่างไรบ้าง เฮ้อ
โดย บอน sata1msu เมื่อ 10 มกราคม 2551 เวลา : 11:34

Read More......

Tuesday, January 8, 2008

Only the lonely เมื่อ Pijika ป่วย & สภาวะจิตใจของคนไทยในห้วงเวลานี้ + รวมข่าวพระพี่นาง..

หลังจากเปิดเทปเก่าๆมาหลายวัน จันทร์ที่ 7 ม.ค. 2551 ตอน 5 ทุ่ม รายการ Only the lonely ก็กลับมาจัดสดอีกครั้ง ในช่วงเวลา ไว้ทุกข์ถวายความอาลัย
แด่พระพี่นาง..







เห็นในรูปแล้ว ไม่ใช่ว่า หน้าตาพี่ฮอลล์เปลี่ยนไปนะครับ แต่ท่าน ดร.นรินทร์ กรินชัยมาจัดรายการแทนพี่ฮอลล์ pijika

พี่ปุ้ยบอกว่า พี่ฮอลล์ ป่วย ไม่สามารถมาจัดรายการได้ บอกประมาณว่า พึ่งกลับจากไปฉลองปีใหม่ทางภาคเหนือ (อุตรดิตถ์) เจออากาศเปลี่ยน ร่างกายคงปรับตัวไม่ทัน เลยไม่สบายอีกแล้ว



แต่นายบอนว่า พี่ฮอลล์ป่วยเพราะร่างกายไม่ค่อยได้พักผ่อนมากกว่า แล้วยังสวมบท หญิงอึดหลายครั้ง

วันเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา นายบอนเข้า กทม. ส่ง SMS บอกพี่ฮอลล์ว่า เดี๋ยวจะโทรไปหา และจะแวะไปเยี่ยมด้วย แต่แล้วก็ไม่มีเวลาพอ




เมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วง 5 ทุ่มครึ่ง เลยส่ง SMS ถึงพี่ฮอลล์ บอกให้รีบหายป่วยเร็วๆ ถ้าหายป่วยช้า เดี๋ยวบุกไปเยี่ยมถึงบ้านพักนะ จะหอบของฝากจากกาฬสินธุ ไปยั่วน้ำลายคนป่วยทรมานน้ำย่อยในกระเพาะซะเลย เห็นพี่ฮอลล์ป่วยบบ่อยๆ นายบอนเลยเตรียมแขกรับเชิญให้ 2 คน พร้อมข้อมูลให้ไปทำสคริปสัมภาษณ์ได้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยจะได้มีสักวันในรอบเดือน เหนื่อยน้อยลงบ้าง




ว่าแต่พี่ฮอลล์จะป่วยบ่อยกว่า พี่ปุ้ยเนาะ นอนก็น้อย ทำงานหนักสุดขีดก็แบบนี้แหละ






เมื่อพี่ฮอลล์ไม่มา ดร.นรินทร์ กรินชัย ก็ทำหน้าที่มวยแทน เอ๊ย พิธีกร แทนในรายการ แหม... เวลาที่รายการขึ้นชื่อพิธีกรทั้งสองท่าน

ดร. รศ.ดร. โห.. วันนี้ พิธีกรจัดรายการไม่ธรรมดาซะแล้ว พี่ปุ้ยน่าจะเชิญไปจัดรายการ parent room ด้วยกันซะเลย ดูท่าทางจะเข้มข้นด้วยสาระเลยทีเดียว






ในช่วง talk .... ของรายการ ในวันที่พี่ฮอลล์ป่วย และ ดร.นรินทร์มาแทน ดูเหมือนบรรยากาศในรายการจะเข้ากับช่วงถวายความอาลัยของพระพี่นาง
เหมือนกัน talk กันในหัวข้อ สภาวะจิตใจของคนไทยในห้วงเวลานี้




สภาวะจิตใจในตอนนี้ หรือ แน่นอนว่า หลายคน เสียใจ เศร้ากับข่าวสูญเสียพระพี่นาง ทำให้ปีใหม่ดูไม่ค่อยจะคึกคักมากนัก


... และข่าวที่ทำให้ทุกข์ใจมากขึ้น กับข่าวการเมืองที่ดูปั่นป่วน วุ่นวายอึดอัด เครียด เซ็ง


เห็นหน้าบุคคลที่จะเป็นรัฐบาล ดูท่าแล้ว เมืองไทยคงจะมีแต่ความเครียด เกร็ง อึดอัด มากยิ่งขึ้น หรือบรรยากาศเดิมๆ ก่อน 19 ก.ย.2549 จะกลับมาอีกครั้ง..




ถ้าบรรยากาศนั้นกลับมาอีก คงต้องทำใจอีกยกใหญ่ ไม่รู้ว่า ภาพสัญญาณทีวีของรายการที่ติดตามชมอยู่บ่อยๆ อย่าง Only the lonely จะกระตุก, ภาพไม่ชัด , รับภาพไม่ได้,เสียงขาดหาย จอมืดไปเลย ฯลฯ เหมือนหลายช่วงเวลาในช่วงปี 2549 หรือเปล่านะ...



ได้แต่ทำใจ....




กลับมาที่หน้าจอ ติดตามรายการกันต่อ ในรายการไปสัมภาษณ์นานาทัศนะว่า รู้สึกอย่างไร

มีบางคนเท่านั้น บอกว่า เฉยๆ


ดร.นรินทร์ บอกว่า ที่บอกว่าเฉยๆ แต่ข้างในนั้น มีความรู้สึกนึกคิดอยู่ แต่ทว่า คนไทยไม่ได้ถูกฝึกมาให้แสดงความรู้สึก

คนไทยหลายคน พูดอธิบายความรู้สึกไม่เป็น เลยไม่รู้จะพูดออกมาอย่างไรดี




จะเหมือนเรื่องราวเหตุการณ์บ้านเมืองหรือเปล่า ที่หลายคนไม่อยากแสดงออก ปล่อยให้หลายเรื่องเกิดขึ้นต่อไป

ไม่เห็นด้วย ไม่พอใจ ไม่ชอบแต่ไม่แสดงออก






สภาวะจิตใจในตอนนี้หลายคนยิ้มไม่ค่อยออก ยิ้มยาก หรือยิ้มได้บ้าง แต่ไม่กว้างเท่าเดิม

แต่พี่ปุ้ยเค้าจะยิ้มได้เสมอ เพราะถ้ามาจัดรายการหน้าบูดๆ คนดูคงรีบเปลี่ยนช่อง หรือปิดทีวีนอนดีกว่า



คุณอี้ แฟนคลับขาประจำของรายการ เจ้าของ blog http://pinkkitty.bloggang.com/ส่งคุกกี้ธัญพืชที่เค้าทำเองมาให้ทีมงาน แหม ทั้ง ดร.นรินทร์ พี่ปุ้ย รีบหยิบคุ๊กกี้ ขึ้นมาโชว์พร้อมกล่าวขอบคุณในน้ำใจไมตรีของคุณอี้ที่อุตส่าห์ตั้งใจทำคุกกี้ด้วยฝีมือของตัวเธอเอง ตั้งใจทำมามอบให้ด้วยใจ




คุ๊กกี้ ธัญพืขที่ทำออกมา ส่วนผสมที่ใส่ลงไป ด้วยความห่วงใยสุขภาพ แหม ถ้าพี่ฮอลล์มาจัดรายการ คงจะพูดไปน้ำลายหกไป เพราะไม่ค่อยจะเก็บอาการเหมือนพี่ปุ้ย และ ดร.นรินทรฺ์ คงจะรีบแกะทานเหมือนทีมงานรายการ ที่จัดการรับประทานไปเรียบร้อยแล้ว




เห็นแล้ว ยังอยากทานมั่ง..















เอาบันทึกของคุณอี้ มาให้อ่าน

♥♥♥ส่งการบ้าน คุณ Moopu คุกกี้ธัญพืช♥♥♥



พอ 2 พิธีกร โชว์ของฝากไปสักพัก คุณอี้ก็โทรมาทักทายทันที พูดคุยไปสักพัก ก็บอกว่า เธอไปเช็คร่างกาย ตรวจเลือดแล้ว เธอเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์
ซึ่งต้องรักษาโดยการทานยา




บันทึกของเธอ


♥♥♥*-*เมื่อต้องลุ้นระทึกกับโรคไฮเปอร์ไทรอยด์ & รูปก่อนปีใหม่*-*♥♥♥



ทีแรก คุณอี้ก็ไม่แน่ใจ พอมีคนทักท้วง เธอเลยไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ใน internet เมื่อ check อาการดูแล้ว ตรงกับตัวเธอหมดเลย
จึงรีบไปหาหมอ ซึ่งต่อไปุคณอี้ต้องออกกำลังกายให้มากขึ้น พักผ่อนให้มากขึ้น





ช่วงปีใหม่ วันรวมญาติ .. ญาติคนหนึ่งของนายบอนก็เป็น ไฮเปอร์ไทรอยด์ เช่นกัน








ท่าน ดร.นรินทร์แนะนำเพิ่มว่า ถ้าไปทำบุญตักบาตร กรวดน้ำ ในตอนนั้น ให้นึกถึงชื่อโรคด้วย นี่เป็นคติความเชื่อของคนยุคก่อน


ทำบุญตักบาตรอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าหยุดทำบุญแล้ว มันก็จะกลับมาอีก..





คนที่ทำสิ่งต่างๆด้วยความตั้งใจมากๆ อาจจะเครียดมากขึ้น เครียดง่ายขึ้น มีความกดดันสูง หงุดหงิดง่าย เช่นการขับรถใน กทม. หลายคนหงุดหงิดง่ายมากๆ และแสดงมารยาทเหมือนคนที่มาจากหลังเขา (สำนวนของ ดร.นรินทร์)





พี่ปุ้ยเล่าเสริมว่า มีแขกรับเชิญท่านหนึ่ง เป็นคนใจเย็น อารมณ์ดี วันหนึ่งโดนขับรถปาดหน้า เค้าหมุนกระจกรถลงมา แล้วยิ้มให้อีกฝ่าย แล้วพูดว่า




"พ่อหนุ่ม ขับรถดีๆหน่อย..."




แค่รอยยิ้มเท่านั้น ทำให้เรื่องยุ่งๆ ผ่อนคลายลงไปเยอะเลย


แม้ว่า ข่าวคราวที่ได้ยินได้ฟังในช่วงนี้ จะทำให้หลายคนยิ้มไม่ค่อยจะออกก็ตาม



แต่ควรลองยิ้มดูบ้าง แม้จะยิ้มไม่กว้างเท่าเดิม

แต่น่าจะ
ทำให้หลายรอบๆตัวสิ่งดีขึ้นมาบ้าง...








รวมข่าว พระพี่นาง




'ควีนเอลิซาเบธที่ 2' ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระทัย


สธ.เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสานต่อพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์




ประกาศกำหนดพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลฯ ครบ 7 วัน "พระพี่นางฯ"

ยอดลงนามถวายความอาลัย "พระพี่นางฯ" วันที่ 5 รวม 23,875 คน

กรมธนารักษ์เตรียมจัดทำเหรียญที่ระลึก "พระพี่นางฯ"



กรมศิลปากรเตรียมพร้อมราชรถในการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ


ผู้แทนลาวเชิญพวงมาลาถวายสักการะพระศพ "พระพี่นางฯ"

อบจ.ภูเก็ตจัดกิจกรรมวันเด็กที่ประตูเมืองร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพี่นางฯ

กว่า 400 วัดเมืองชาละวันจัดสวดพระอภิธรรมถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

“ชาวเกาะกง” ร่วมถวายความอาลัยพระพี่นางฯ




ชาวมุกดาหารบำเพ็ญบุญถวายแด่พระพี่นางเธอฯ

เลยจัดบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพพระพี่นางฯ


วัดหลวงกระบี่สวดพระอภิธรรมฯถวายพระราชกุศลแด่พระพี่นางฯ

สวท.กระบี่จัดนิทรรศการพระกรณียกิจพระพี่นางฯ

พอ.สว.กระบี่ออกหน่วยเคลื่อนที่เทิดพระเกียรติพระพี่นางฯ



หนังสือ “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” ขายหมดในพริบตา

รพ.ตรังลงนามไว้อาลัยถวายแด่ “พระพี่นางฯ”

มรภ.ราชนครินทร์จัดนิทรรศการพระอัจฉริยภาพ “พระพี่นางฯ”

ลูกเสือชาวบ้านสตูลแสดงความอาลัยถวายแด่ “พระพี่นางฯ” - ตั้งใจไปร่วมพระราชพิธีเพลิงพระศพ

ชาวมุกดาหารร่วมลงนามไว้อาลัยถวายแด่ “พระพี่นางฯ”



ผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ “พระพี่นางฯ” ลงนามไว้อาลัยที่สุราษฎร์ธานี

“พอ.สว.นราธิวาส” ตั้งมั่นสานต่อพระปณิธาน “พระพี่นางฯ”

อสม.เมืองจันท์ร่วมถวายความอาลัยพระพี่นางฯ

อดีต หน.งานส่งเสริมสุขภาพซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ “พระพี่นางฯ”